[Fic Angry bird] Worry about you 2 [Solider pig/King pig]

posted on 13 Jul 2014 23:33 by therike

เช้าวันศุกร์ เดือนธันวา หน้าหนาว

 

หิมะตก ปกคลุมทั่วราชอาณาจักภายใต้สีขาวสะอาด

 

ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เตรียมตัวสำหรับเทศกาลวันหยุดที่รอคอย ต่อจากนี้ความสุขจะเป็นละอองโปรยไปกับสายลมให่แก่ทุกคน

 

เว้นก็แต่...

 

“ฮัดชิ่ว!”

 

ราชาหมูที่ทรงพระประชวรพอดิบพอดี...

 

“หมอหลวงบอกว่าท่านไข้ขึ้นสูงมาก ฉะนั้นอย่าลุกจากเตียงเด็ดขาด”

 

โซลเดอร์พูดขณะเอาผ้าจากหน้าผากราชามาชุบน้ำ บิดหมาดๆ แล้ววางลงที่เดิมก่อนจะฉีกยิ้ม

 

“แบบนี้ก็อดฉลองคริสมาสต์ไปเลยเนอะ”

 

“ไม่ต้องมา ‘เนอะ’ เลย! มีแต่คนบ้าอย่างนายเท่านั้นแหละที่ไม่ป่วย”

 

ราชาเถียงด้วยเสียงแหบแห้ง ทั้งหนาวทั้งร้อนในเวลาเดียวกัน ไม่รู้ทำไมหวัดเจ้ากรรมต้องมาลงเอาตอนนี้ด้วย กะจะสะสางงานให้เสร็จๆ ไปแท้ๆ ไอ้หวัดไม่รู้กาลเทศะ! แถมยังต้องกินยาขมๆ ที่หมอหลวงให้มาอีก ไอ้ยาเม็ดน่ะไม่เท่าไหร่ แต่ยาน้ำน่ะเรื่องใหญ่ ความรงจำวัยเด็กไม่มีลืม ตอนที่ป่วยครั้งแรก หมอหลวงชราคนหนึ่งเอายาสีดำเหนียวลื่นกลิ่นตุๆ มายัดเยียดให้ ไอ้หายมันก็อยากแต่กลิ่นอย่างกับเนื้อหมักเน่า ยังไงก็ทำใจกลืนลงคอไม่ได้ สุดท้ายก็ถูกล็อคแขนล็อคยัดเข้าปาก หลังจากนั้นก็ไม่กล้าป่วยอีกเลย

 

พอคิดแบบั้น ราชาก็รู้สึกผวาขึ้นมา คราวนี้หมอหลวงจะจัดยาอะไรให้ตนอีก

 

“จริงด้วย ยาของหมอหลวง”

 

นั่นไง!

 

เขาหันหน้าขวับ มองคนสนิทลวงมือเข้าไปในถุงกระดาษอย่างลุ้นระทึก สิ่งที่ถูกหยิบออกมาคือขวดยาสีขาว ของเหลวด้านในดูเหนียวหนืดเหมือนยางมะตอย

 

ราชาถอนหายใจอย่างโล่งอก

 

“หืม.. หมอหลวงสั่งว่าท่านต้องเสวยยานี่หลังอาหารค่ำกับก่อนนอน ถ้าอาการป่วยดีขึ้น”

 

“งั้นเหรอ? เอาเถอะ ตอนนี้ฉันง่วงมาก อยากนอนแล้ว”

 

“รับทราบครับ”

 

โซลเดอร์วางยาลงและลุกขึ้นยืน ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมปิดลำคอระหงส์

 

“มื้อค่ำผมจะมาปลุกนะครับ”

 

เขาโค้งอย่างสุภาพแล้วปิดประตูอย่างเงียบเชียบ

 

.

 

.

 

.

 

“คนบ้าเท่านั้นไม่ป่วย หมายความว่าไงฟะ”

 

โซลเดอร์ขมวดคิ้วยุ่งขณะคนซุปไก่ของตัวเอง รอบโต๊ะมีเหล่าเพื่อนร่วมงานนั่งซดซุปกันเอื้อกๆ จนขอเติมไปหลายชามท่าทางพ่อครัวจะทำได้อร่อยน่าดู เขาเลยตักมันเข้าปากคำหนึ่ง ความอุ่นที่แล่นลงสู่ลำคอเหมือนกระจายไปทั่วร่างกาย ช่วยให้รู้สึกอบอุ่นเป็นอย่างดี

 

“ฮ่าๆ เอาน่า ราชาก็กัดไปงั้นแหละ ชินสักทีสิไอ้หนู” รุ่นพี่ที่นั่งข้างๆ ตบบ่าให้กำลังใจ

 

“ไม่ชินอะไรทั้งนั้น แต่ละวันหาคำมาด่าผมได้ไม่ซ้ำกันสักคำ สุดยอดจริงๆ”

 

“ว่าแต่ได้ข่าวว่าทรงพระประชวรใช่ไหม?”

 

“ช่ายยย... นอนซมทั้งวันเลยล่ะ พวกเมดเลยผลัดกะเข้าไปดูแลกัน”

 

“เรื่องนั้นไม่เท่าไหร่ร็อก แต่ราชาน่ะเสวยยายากสุดๆ เลยล่ะ”

 

“จริงดิ?” โซลเดอร์ทำหน้าเหมือนลมจะจับ หลายๆ ปีมานี่ประชวรหนักสุดก็คราวนี้แหละ ถ้ายังเสวยยายากอีก แบบนี้ก็ยิ่งยุ่งเข้าไปใหญ่

 

“ข้าถึงจะบอกอยู่นี่ไงว่านึกวิธีรับมือหรือยัง”

 

“นึกไม่ออกด้วยซ้ำ ตอนนี้มียาหลังอาหารกับก่อนนอน จะบังคับกินยังไงล่ะ”

 

“ป้อนด้วยปากสิวะ”

 

โซลเดอร์สะดุ้งโหยง สะบัดหน้าพรืดไปทางคู่สนทนา แต่เจ้าตัวทำหน้าเลิกลักแล้วส่ายหน้าแรงๆ ประมาณ ตูไม่ได้พูดนะเว้ย! แล้วบุ้ยปากไปทางด้านหลัง

 

ทหารหมูเคราครึ้มยืนทะมึงทึนอยู่ด้านหลัง ริ้วรอยบนใบหน้าบอกอายุอานามได้อย่างดี เป็นชายหนุ่มที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชน ปัจจุบันน่าจะลูกสองแล้ว

 

“จะบ้าหรือครับ... ป้อนด้วยปากเนี่ยนะ”

 

“อย่าดูถูกวิธีนี้เชียวนะเว้ย”

 

ว่าแล้วเจ้าตัวก็นั่งแทรกระหว่างกลาง ขนาดตัวใหญ่โตเหมือนหมีป่าเล่นเอาเขากับเพื่อนนั่งกันตัวลีบ

 

“ลูกของฉันเองก็กินยายากเหมือนกันนั่นแหละ เลยต้องใช้วิธีนี้”

 

“หนักใหญ่เลย! นี่คุณมันคนประเภทไหนกันแน่ฟะ โลลิค่อน!” เพื่อนของเขาร้องโหยง

 

“โลลิคง โลลิค่อนบ้าอะไร ลูกตูเป็นผู้ชายเฟ้ย!”

 

“หนักใหญ่เลย! เจ้าโชตะค่อนน่าขยะแขยงที่สุด ขนาดลูกยังไม่เว้น!!”

 

“ไอ้ที่น่าขยะแขยงมันเอ็งต่างหากเว้ย คิดอะไรสัปดนพิสดารเกินคนไปแล้ว ตอนเด็กๆ กินหญ้าแทนข้าวหรือไง!?”

 

โซลเดอร์ปลีกตัวออกจากห้องอาหารอย่างเงียบเชียบ ปล่อยให้สองคนนั้นเถียงกันเรื่องศีลธรรมความดีต่อไป นึกได้พอดีว่านี่เลยเวลาอาหารค่ำของราชามาแล้ว เขาจึงกลับไปที่ห้องของราชาและเจอเมดสองคนยืนละล้าละลังอยู่หน้าประตู

 

“เกิดอะไรขึ้น?”

 

พวกเธอหามามองเขา ใช้สายตาเหมือนเห็นฮีโร่ใส่กางเกงในสีแดงรัดติ้วบินมาหา

 

“พวกเราเช็ดตัวให้ท่านราชาแล้วค่ะ แต่...” ทั้งสองหยุดครู่หนึ่งแล้วถอนหายใจเฮือก “ท่านไม่ยอมเสวยยาเลย บอกว่ากลิ่นมันน่าขนลุกเหมือนยาที่ท่านเคยเสวยตอนเยาว์”

 

“ฉันจัดการเอง พวกเธอไปทำงานเถอะ”

 

โซลเดอร์เปิดประตูเข้าไปในห้อง และเห็นอีกฝ่ายนั่งกอดอกอยู่บนเตียง ทำแก้มป่องงอนน่าเอ็นดูจนเขาอดยิ้มไม่ได้

 

“ทำไมไม่เสวยยาล่ะครับ”

 

“ก็ลองดมกลิ่นดูสิ”

 

เขาเดินไปหยิบขวดที่อยู่บนโต๊ะ เปิดฝาออกแล้วดมกลิ่นดู

 

แ*ง เอาศพมาดองเป็นยาหรือไงวะถึงเหม็นขนาดนี้

 

“แต่ถ้าไม่เสวยล่ะก็ อาการจะทรุดโทรมลงนะครับ”

 

เข้าใจความรู้สึกอยู่หรอก แต่มันจำเป็นนี่ โซลเดอร์หยิบช้อนมาเทยาลงไป รอจนยาสีขาวกลิ่นฉุนเต็มช้อนแล้วยื่นไปตรงหน้า แน่นอนว่าคนป่วยสะบัดหน้าหนีทั้งยังมีสีหน้าพะอืดพะอม มีน้ำเอ่อรอบตาเพราะกลิ่นยาฉุนขึ้นจมูก

 

“ขอร้องล่ะ อย่าทรมานกันงี้เลย แค่นอนพักผ่อนเดี๋ยวก็หายแล้ว”

 

“ไม่งั้นผมจะป้อนด้วยปากนะครับ”

 

โซลเดอร์ยิ้มเจ้าเล่ห์พลางจ้องใบหน้าของราชา และเป็นดังคาด อีกฝ่ายหันกลับมาโวยทันที

 

“คิดว่าทำได้ก็ลองดู นายทนกลิ่นยานี่ไม่ไหวของโซลเดอร์---”

 

วินาทีนั้น ริมฝีปากของทั้งสองแนบสนิท ระยะห่างเป็นศูนย์

 

ราชาเบิกตากว้าง รู้สึกถึงของเหลวที่ถูกส่งเข้ามาให้ปากของทนพร้อมกับรสขมสุดจะทนทาน เขาพยายามผลักไหล่อีกฝ่ายออกไปแต่กลายเป็นว่าตัวเองถูกกดลงกับเตียงแทน พอรู้แบบนั้นเขาก็เผลอกลืนยาลงคอจนได้

 

โซลเดอร์ถอนริมฝีปากออกด้วยรอยยิ้ม

 

“ดูเหมือนว่า...”

 

ปลายนิ้วเรียวไล้ริมฝีปากของตนช้าๆ เช็ดคราบสีขาวที่ยังติดอยู่

 

“ยานี่จะหวานกว่าที่ผมคิด”

 

ราชาขมวดคิ้วยุ่งแล้วคว้าแก้วน้ำมาดื่มล้างคอ อีกส่วนหนึ่งเพื่อระงับความตระหนกเมื่อครู่ ทุกการกระทำอยู่ภายใต้สายตาของโซลเดอร์ตลอด

 

“ดูคุณไม่ตื่นเต้นกับจูบของผมเลยนะครับ”

 

ราชาชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วเค้นเสียง หึ ในลำคอ

 

“ก็ไม่ใช่จูบแรกสักหน่อย”

 

โซลเดอร์เบิกตาค้าง รอยยิ้มอันตธานหายไปเร็วเหมือนปรอท

 

“อะไรของนาย คิดว่าฉันเก็บปากไว้ให้นายจูบคนเดียวหรือ?”

 

กลับกันนั้น ราชาเผยรอยยิ้มเย้ยหยันออกมาแล้วเช็ดริมฝีปากของตน โซลเดอร์เดาไม่ออกเลยว่ารอยยิ้มนั้นหมายความว่าอย่างไร แต่เขารู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาดื้อๆ จนต้องกำมือแน่น

 

“ก่อนหน้านี้..”

 

เขาพยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น

 

“ก่อนหน้านี้ ใครเป็นคนจูบคุณหรือครับ”

 

ราชานิ่งเงียบ ช่างเป็นความเงียบที่น่าอึดอัดเหลือเกินสำหรับเขา

 

“เดาเอาสิ”

 

โซลเดอร์รู้สึกเหมือนมีบางอย่างขาดสะบั้น

 

เขาผลักราชาให้นอนลงเช่นเดิมแล้วตวัดขาขึ้นคร่อม กดริมฝีปากลงกับอีกฝ่ายอย่างแรงด้วยโทสะ ได้ยินเสียงอืออึงจากใต้ร่าง และถูกมือคู่นั้นทุบตีจนปวดหนึบ แต่เขาไม่สามารถถอนตัวออกได้ ยังไม่ใช่ตอนนี้

 

ต้องล้างพิษเก่าออกให้หมด

 

ปลายลิ้นร้อนตวัดเกี่ยวพัน รุกรานพื้นที่คล้ายสัตว์ป่าหิวกระหายแล้วขยี้กลีบปากบางแนบแน่นจนติดแนวฟัน มือข้างหนึ่งปลดกระดุมชุดนอนตัวบางออกช้าๆ จนหมด โซลเดอร์ถอนริมฝีปากออกและก้มลงจูบแนวไหปลาร้าขอราชา แล้วใช้ปลายลิ้นลากยาวจรดหน้าท้องแบนราบก่อนจะกัดแรงๆ ไปหนึ่งทีจนเด็กหนุ่มสะดุ้งเฮือก

 

“ใคร...”

 

ราชาหอบหายใจ ใบหน้าแดงก่ำเจือด้วยพิษไข้และความโกรธ

 

“ใครเป็นคนทำ...”

 

โซลเดอร์ซบใบหน้าลงช้าๆ พูดทุกอย่างด้วยเสียงแหบพร่า

 

“ทั้งที่ท่าน....น่าจะเป็นของผมแท้ๆ”

.

 

.

 

.

 

“ป้อนยาด้วยปาก?”

 

“ครับ หัวหน้าเคยทำหรือเปล่า”

 

โซลเดอร์จ้องคู่สนทนาเขม็งขณะที่อีกฝ่ายยกแก้วกาแฟขึ้นดื่มอย่างใช้ความคิด แล้วหัวเราะออกมา

 

“จะไปเคยได้ยังไง! ฉันน่ะให้ลูกน้องสองคนจับล็อคราชาไว้แบบบีบจมูกให้เปิดปากต่างหาก อีกอย่างถ้าจูบทั้งแบบนั้น จะป่วยไปอีกคนก็ลำบากแย่”

 

“งั้นเหรอครับ”

 

ชายหนุ่มกลับหลังหัน แล้วยิ้มกว้างกว่าทุกครั้ง หัวใจพองโตคับอกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนจนหัวหน้าที่มองตามหลังหรี่ตาลง

 

อย่างน้อย.. ฉันก็ชนะนายเรื่องหนึ่งแล้ว

edit @ 9 Mar 2015 03:41:41 by rike

Comment

Comment:

Tweet

โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยย ฟหสดวาหกวสาดวไสำฟาหอวสา อิแม่ อิแม่อิแม่อิแม่อิแม่อิแม่อิแม่อิแม่อิแม่อิแม่อิแม่อิแม่อิแม่อิแม่อิแม่อิแม่อิแม่อิแม่อิแม่อิแม่อิแม่ /ล้มหงายตึงเป็นลมไป
โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยย ขุ่นพระะะ
 ฟวกสดาวหาสกด
ดิฉันถึงกับมือไม้สั่นพิมพ์ไม่ถูกเลยทีเดียวค่ะ
ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ
โอยยยยยยยยยยยยยยยย โซลเดอร์ พ่อทหารทูนหัวววววววว
โอ้ยยยยยยยยยยย ราชาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา น่ารักกกกกกกกกกก
/กัดลิ้นตายย

#2 By JESTER on 2014-07-13 23:43

เพราะอะไรเหตุใด ต้องมาอ่านนนน T^T

#1 By Palmmazin on 2014-07-13 23:41