[Fic Angry Bird] Bloody love ; 12

posted on 02 Nov 2013 23:12 by therike

“นายนี่มันน่าเบื่อชะมัด”

 

เสียงจิ๊จ๊ะดังขึ้นในห้องบรรทม

 

ราชายืนนิ่งอยู่หน้ากระจกบานใหญ่พลางยกแขนขึ้นเพื่อให้ร่างสูงสวมเสื้อให้ตน

 

“ฝ่าบาทก็โตแล้ว กระหม่อมไม่เห็นว่าต้องเป็นธุระมาสวมฉลองพระองค์ให้นี่”

 

สลีปตอบด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อนแล้วอ้าปากหาวน้อยๆ ตั้งแต่เหยียบที่นี่บทจะพักก็ลำบาก ต้องวุ่นสั่งนั่นแก้นี่ไปเรื่อยตั้งแต่วันแรกจนนี่วันที่สองถึงได้พักกับเขาบ้าง... ถึงตอนเช้าจะนอนไม่สบายก็เหอะ...

 

“ไม่รู้สินะ”

 

ตอนนั้นเอง ฝ่ามือเรียวยกขึ้นทาบทามเนื้อแก้มของเขาพลางเลื่อนกายแนบอิงเข้ามา ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายเย้ายวนพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

 

“แค่อยากรู้ว่าถ้านายเห็นฉันในสภาพกึ่งเปลือยจะรู้สึกอะไรบ้างมั้ย”

 

เล็บของอีกฝ่ายจิกเบาๆ และเลื่อนลงจนถึงริมฝีปาก ถึงเป็นสลีปก็อดกลืนน้ำลายไม่ได้

 

“พระองค์ กระหม่อมบอกแล้วว่าเราควรเลิกทำแบบนี้เสียที”

 

ราชาขมวดคิ้วยุ่ง ก่อนจะสะบัดหน้าพรืดอย่างเง้างอนแล้วติดกระดุมเองเร็วๆ จากนั้นก็หันมาดันร่างโปร่งออกไปจากห้องโดยที่อีกฝ่ายยืนทื่อเป็นตอ

 

“ไม่สบอารมณ์ที่สุด!”

 

เด็กหนุ่มว่าและปิดประตูโครมใหญ่ใส่หน้าดังลั่น ส่วนสลีปได้แต่ยิ้มแห้งๆ

 

เขาพูดจริง... ถึงจะแค่ความสัมพันธ์ทางกายพ่วงด้วยคำสั่งแสนเอาแต่ใจ อาการหวงคู่นอนของพระองค์ก็เริ่มเด่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัดหลังมีไวท์เข้ามา บางครั้งเขาจะโดนเหน็บเวลาเหม่อ หรือโดนสั่งให้ทำดื้อๆ ทั้งที่ไม่ใช่เวลา พอขัดคำสั่งอย่างหนักแน่น อีกฝ่ายก็จะเริ่มใช้มุกเก่าอย่างประชดโวยวาย ไม่ก็เบะปากร้องไห้เหมือนเด็กๆ (โดยเฉพาะข้อหลังปฏิเสธลำบากที่สุด) ยิ่งช่วงนี้สลีปทำตัวแห้งตายเหมือนดอกไม้เฉาๆ ยิ่งแล้วใหญ่ กิจกรรมบนเตียงเลยเสร็จแบบลวกๆ ตามสภาพคนทำ

 

สลีปพยายามถามตัวเองว่าทำไมถึงยึดติดกับไวท์นักทั้งที่เจ้าตัวก็ไม่ใช่คู่นอนที่พิเศษ ถ้าเรื่องลีลาคนอื่นชนะขาดลอยเพราะเจ้าตัวไม่รู้เรื่องนี้สักนิด

 

จนตอนนี้เขาก็หาคำตอบไม่ได้

 

ไม่มีเหตุผลซะจริง...

 

 

 

 

“โดนอะไรมา”

 

นี่เป็นคำแรกที่อีเกิ้ลพูดหลังจากเห็นผ้าพันแผลในวันต่อมา

 

“เอ่อ... ผม.. เกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย”

 

“ซุ่มซ่ามจริง ระวังตัวหน่อย”

 

“ขอโทษครับ”

 

“เอกสารล่ะ?”

 

“นะ นี่ครับ”

 

                ไวท์วางเอกสารให้อย่างเก้ๆ กังๆ

 

                แผลของเขาไม่ได้หนักหนาอย่างที่คิด ตอนล้มลงไปขมับคงกระแทกกับขั้นบันไดเข้าพอดี สรุปคือโดนเย็บไปสองสามเข็มแล้วคอยดูแลความสะอาดของแผลแค่นั้น แต่อีเกิ้ลดันพูดซะเขารู้สึกผิดพิลึก ท่าทางเหมือนจะมีเรื่องกวนใจหลังจากเข้าไปพบตำรวจของฝั่งนั้น

 

                ถึงตรงนี้เขาคิดถึงสลีปขึ้นมา

 

                ถ้านั่นเป็นความจริง ขอแค่หมอนั่นไม่มาป้วนเปี้ยนแถวสำนักงานก็พอ อย่างน้อยๆ ในเมื่อเป็นคนสนิทของราชา(ซึ่งหวงอย่างกับอะไรดี)

 

                ไม่น่าจะเจอกัน...

 

                แต่มันก็แค่ ‘น่าจะ..’

 

เพราะขณะที่ก้าวพ้นมุมกำแพงออกไป นัยน์ตาคู่สวยก็พบกับใครบางคน

 

ใบหน้าของอีกฝ่ายส่งผลให้มือเท้าชาชั่วขณะ เขาสูดหายใจเฮือกและหยุดดื้อๆ

 

สลีปเบิกตากว้างตะลึงและหยุดชะงักเหมือนถูกสาบทันทีที่สบตากับฝ่ายตรงข้าม ตัวเขายังขึ้นมาไม่ทันพ้นบันไดดีตอนนี้เลยยกขาก้าวค้างไว้แบบนั้น ในอกกระตุกวาบขึ้นมา

 

วะ...

 

“ไวท์?”

 

ไม่ทันขาดคำ เจ้าของชื่อก็ออกตัววิ่งเสียแล้ว

 

ไวท์หลับหูหลับตา พยายามวิ่งให้เร็วที่สุดเท่าที่ตัวเองจะทำได้โดยไม่หันกลับไปด้านหลัง ยิ่งได้ยินเสียงฝีเท้าตามมาเขาก็รีบเร่งให้ตัวเองถึงห้องของอีเกิ้ลให้เร็วที่สุด ทว่าฝ่ามือของคนด้านหลังเอื้อมรั้งเขาไว้แน่นและก้าวประชิดเข้ามาอย่างง่ายดาย เกือบพร้อมกันนั้นไวท์ก้มหน้านิ่ง รู้สึกได้เลยว่าขาทั้งสองข้าวอ่อนชาไปเสียหมดทันทีที่สัมผัสถึงปลายนิ้วอุ่นบนข้อมือ

 

เขารู้สึกว่าสลีปกำลังยิ้มอยู่

 

“ไวท์”

 

“ปล่อย!!!”

 

“เฮ้ ไม่เอาน่า”

 

“จะเอาอะไรจากฉันอีกเล่า!?”

 

ไวท์ตวาดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและพยายามสะบัดให้ตัวเองหลุดออกไป ข้อมือบางเริ่มขึ้นสีจางน้อยๆ เพราะเจ้าของบิดมันอย่างแรง แต่ก็ไม่สามารถสลัดฝ่ายตรงข้ามออกไปเหมือนยิ่งย้ำว่าตนไม่สามารถต่อกรกับอีกฝ่ายได้

 

สลีปมองอีกฝ่ายด้วยความอ่อนใจ ไม่รู้จะเริ่มจากเรื่องไหนก่อนดี ทว่าในใจเจ้าตัวนั้นลิงโลดไปหมด ความจริงเขาอยากจะกอดอีกฝ่ายแรงๆ แล้วจับหมุนไปรอบๆ เสียด้วยซ้ำ แต่ดูเหมือนไวท์จะใกล้สติแตกเต็มทน

 

เฮ้อ.. ไม่น่าเลยเรา

 

“ฉันแค่อยากเจอ” สลีปพูดด้วยน้ำเสียงเบาหวิว “อย่าพึ่งไล่กันสิ..”

 

“..ปล่อยเถอะ”

 

“ไวท์”

 

                หน้าม้านุ่มถูกปัดออกช้าๆ เผยผ้าพันแผลให้ชัดขึ้น

 

                เขาหลับตาแน่นด้วยความหวาดกลัว ริมฝีปากเล็กสั่นเทิ้มน่ากังวลเมื่อรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นเหนือปลายจมูก

 

ตรงนี้เป็นทางเดิน ถ้ามีใครมาเห็นจะวุ่นวายเอา..

 

“เฮ้ย”

 

เสียงใครบางคนดังขึ้น วินาทีต่อมาร่างของเขาถูกกระชากไปด้านหลังอย่างแรง

 

ไวท์ลืมตาโพลงด้วยความมึนงงและพบว่าตรงหน้าของตนคือแผ่นหลังของอีเกิ้ล เมื่อมองไปด้านหลังก็เห็นว่าประตูห้องทำงานของอีกฝ่ายอยู่ห่างเพียงไม่มีก้าวเท่านั้น เจ้าตัวคงได้ยินอะไรผิดสังเกตถึงออกมาดู...

 

แต่สาบานกับพระเจ้า

 

เขาไม่เคยเห็นอีกฝ่ายยั๊วะขนาดนี้มาก่อน

 

“แกไม่ได้รับอนุญาตให้มาเดินตามใจชอบ ถ้าไม่มีอะไรสำคัญก็ไสหัวไป”

 

อีเกิ้ลพูดเสียงทุ้มต่ำและสบตากับสลีปตรงๆ โดยไม่แม้แต่จะกระพริบ ฝ่ายสลีปก็มองกลับด้วยความสงบขรึมจนน่ากลัว ไวท์รู้สึกเสียวสันหลังวาบเหมือนจะเห็นรังสีอำมหิตแผ่ออกจากร่างทั้งสองกลายๆ

 

“วิ่งลืมตายไปไหนหา”

 

ไวท์ชะเง้อมองต้นเสียง ด้านหลังสลีปคือชายมังกรผมสีส้มแสบตาวิ่งปรี่ตามหลังมาต้อยๆ และหยุดชะงักอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มกริ้มให้อีเกิ้ล ขณะที่ไวท์พยายามนึกว่าเห็นอีกฝ่ายที่ไหนมาก่อน

 

“ที่รัก! ดีใจที่เจอ”

 

“กับผีเถอะ”

 

คนตอบทำหน้าบึ้งหนักกว่าเก่า ส่วนคนนอกวงสนทนางงเป็นไก่ตาแตก

 

รู้จักกันด้วยเหรอ?

 

                “งั้นฉันขออนุญาต พาเขาไปคุยกันสักสิบนาที”

 

                สลีปพูดส่งๆ และทำท่าจะเอื้อมมือมาด้านหลังโดยที่ไวท์เคลื่อนตัวหลบ

 

“หึ”

 

อีเกิ้ลเค้นหัวเราะเบา กัดปลายถุงมือไว้แล้วดึงมันออกมาช้าๆ โดยมีสลีปหยุดมองด้วยความสงสัย

 

จะทำอะไรของมัน?

 

เขาขมวดคิ้วแน่น แต่ไม่ทันไร..

 

เพี๊ยะ!!!

 

ไวท์กับไมตี้ส่งเสียงร้องออกมาแทบจะพร้อมกันและเบิกตากว้าง ใบหน้าของสลีปหันไปตามแรงตบจากถุงมือหนังสีดำ ทำเอาแก้มซ้ายมีรอยแดงเปื้อนใหญ่ประดับอยู่ ชายหนุ่มหันหน้ากลับมาอย่างอ้อยอิ่งจนได้ยินเสียงกระดูกลั่นเป็นระรอก

 

“ตอนแรกฉันว่าจะใช้มือ”

 

เจ้าของประโยคพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบกระทั่งเงยหน้าขึ้น

 

“แต่แกมันน่าขยะแขยงเกินไป ขอแสดงความดีใจด้วยที่สมองของแกไม่หล่นออกมาจากหัว”

 

“ไอ้…!”

 

ไม่ต้องรอให้พูดจบดี ไมตี้กระโดดโหยงเหมือนโดนไฟช็อตไปล็อคตัวสลีปไว้เต็มแรงในขณะที่อีเกิ้ลยืนนิ่งราวหินผาที่ไม่กระทบต่อสิ่งใดก่อนจะกลับหลังหันผละออกไป โดยไม่ลืมที่จะดึงไวท์ให้เดินตามมาทั้งที่เจ้าตัวยังตกใจไม่หาย

 

“อย่าหันไปมองหน้ามันเชียว”

 

อีเกิ้ลสั่งก่อนจะพาอีกฝ่ายเลี้ยวตรงหัวมุม

 

เมื่อคู่กรณีลับตาไป สลีปสลัดเพื่อนตัวเองออกในที่สุดด้วยอาการหอบหายใจเหนื่อย และเริ่มขบฟันแน่นด้วยความหงุดหงิด

 

“มาห้ามทำไม”

 

“ก็นายจะทำทุกอย่างเละหมดน่ะสิ!” ไมตี้สูดหายใจเข้าลึก “ถ้าที่รัก... หมายถึงอีเกิ้ล ถ้านายชกหมอนั่นไป แล้วเกิดมีไอ้งั่งที่ไหนมาเห็น เราได้ซวยกันหมดแน่!”

 

“นี่ไม่ใช่เรื่องของมันด้วยซ้ำ!”

 

“โจน่า.. เพื่อนรัก ใจเย็นและฟังนี่ให้ดีๆ”

 

ถึงตรงนี้ ไมตี้ก้าวเข้ามาจับบ่าสลีปพร้อมบีบเบาๆ

 

                “ที่นี่คืออาณาจักรปักษา ถิ่นของพวกนก อีเกิ้ลเป็นหัวหน้าของพ่อหนุ่มหน้ามนที่นายปลื้ม ฉะนั้นเขามีสิทธิ์ที่จะปกป้องคนของตัวเอง”

 

                “งั้นแกคิดนะไมตี้” สลีปยังไม่คลายโทสะ “เกิดฉันจะทำอะไรคนอื่นที่ไม่ใช่ไวท์ มันจะตามมาถึงที่แล้วตบหน้าแบบนี้หรือเปล่า”

 

นิ้วชี้คนพูดจิ้มแรงๆ เข้าที่รอยเหมือนประชดในตัว

 

“แกก็เห็น สายตาที่รักของแกตอนมองไวท์เกินคำว่าลูกน้องกับหัวหน้าโข”

 

ว่าจบ สลีปสะบัดตัวเดินไปอีกทางด้วยฝีเท้าหนักๆ ออกไปทันทีขณะที่ไมตี้พ่นลมหายใจเบื่อๆ

 

ควรจะเข้าข้างใครดีเนี่ยเรา

edit @ 2 Nov 2013 23:13:08 by rike

edit @ 3 Nov 2013 18:18:03 by rike

edit @ 24 Apr 2014 20:34:52 by rike

Comment

Comment:

Tweet

แอรรรรรรรรรรรรรรรรรรร๊ รอตอนต่อไปอยู่นะคะ ฟฟฟฟฟ

#3 By PArJin-Y on 2014-03-09 16:41

สาบานว่าอีเกิ้ลมามาดราชีนีถือแส้..เอ้ยไม่ใช่ มาอย่างเท่ ดีๆปกป้องหนูไวท์ไวนะป๋าจะได้บังเกิดปรากฎการณ์3P #เผ่น

#2 By BunnySM (171.4.251.235) on 2013-11-05 22:34

อีเกิ้ลลลลลลลลลลลล พี่อีเกิ้ลลลลลลลลลลล กรี๊ดดดดด หล่อมากข่าาาาาาาา 
แหม่ ทั้งหยามทั้งเหยียดทั้งด่าเป็นผู้ดี ใหญ่ได้อะไรอย่างนี้ พี่อีเกิ้ลทำเอาสลีปกลายเป็นตัวร้ายเกรด C โฮะๆๆๆ
ขอกรี๊ดพี่อีเกิ้ลอย่างเดียวค่ะ ณ จุดนี้

#1 By KeeChan on 2013-11-04 07:55