[Fic Angry Bird] Bloody love ; 11

posted on 22 Oct 2013 15:29 by therike

ก๊อก ก๊อก

 

“เข้ามา”

 

ไวท์ก้าวเข้ามาในห้องตามคำอนุญาตพร้อมซองสีน้ำตาลหนักอึ้งสามซองในวงแขน หลังโต๊ะทำงานอีเกิ้ลกำลังง่วนอยู่กับการแต่งตัว วันนี้เขาต้องอยู่ในเครื่องแบบสีดำเต็มยศเพื่อเข้าเฝ้าราชา ฉะนั้นแค่รอยยับแม้แต่เสี้ยวเดียวก็จะมีไม่ได้ แต่ตอนนี้ปัญหาตกมาอยู่กับเนกไทด์เสียได้ ปกติเขาผูกกี่รอบก็ออกมาตรงตามต้องการ แต่วันนี้ไม่รู้ผีอะไรสิงมือแก้ไปแก้มาตราตำรวจก็ขึ้นไปชิดกับปมที่ผูกไว้ซะอย่างนั้น ทำเอาอดหงุดหงิดไม่ได้จริงๆ

 

“วางไว้ที่โต๊ะนั่นแหละ”

 

ไวท์วางของตามคำสั่งและมองหันหน้าตัวเองดึงไทด์ออกแรงๆ แล้วเริ่มผูกใหม่อีกรอบ แต่ความนี้ดันผูกผิดวิธีมันเลยเบี้ยวไปทาง คนผูกเริ่มถอนหายใจแรงขึ้นเรื่อยๆ ท่าทางจวนเจียนระเบิดเต็มที

 

“ให้ผมช่วยไหม?”

 

เขายกมืออาสา หลังจากสบตากันพักหนึ่ง อีกฝ่ายพยักหน้ากรายๆ ว่า ‘เออ เชิญ’ ไวท์ถึงเดินมาถอดเนกไทด์ออกไปช้าๆ แต่เพราะความสูงทำให้อีเกิ้ลต้องค่อมตัวลงไปด้านหน้า แม้ว่าร่างบางจะเว้นระยุห่างไว้พอสมควรแต่พอเป็นแบบนี้แล้วใบหน้าทั้งสองก็เกือบชิดกันเสียอย่างนั้น

 

อีเกิ้ลเลือกจะรวมสายตาไปที่คนตรงหน้า ไวท์นำเนกไทด์ของเขาไปคลองคอตัวเองและเริ่มผูกด้วยท่าทีคล่องแคล่ว ไม่กี่นาทีมันก็ออกมาสมบูรณ์แบบและตราอยู่ระดับพอดีจนอดคิดไม่ได้...

 

ถ้าไวท์มาผูกให้แบบนี้ทุกเช้าคงดี

 

“ขอบคุณ”

 

พอจัดปกเสื้อจนเรียบร้อย สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นถุงเล็กๆ วางซ้อนกับเอกสารอีกที

 

“คุกกี้ครับ ผมทำเอง”

 

คำเฉลยดังขึ้นจากด้านหลัง จากน้ำเสียงแล้วดูอีกฝ่ายจะกระตือรือร้นเป็นพิเศษ

 

“แม่ศรีเรือนจริงนะนาย...”

 

อีเกิ้ลพึมพำและหยิบถุงมาดู กลิ่นเนยโชยจางขึ้นมาเมื่อเขาเปิดดูก่อนจะมุ่นคิ้ว ด้านในคือคุกกี้รูปปลาเล็กๆ หลายตัวนอนทับกันไปมาดูน่ารัก ถ้าเขาอ่อนกว่านี้สักสามรอบคงกระโดดโลดเต้นดีใจแบบเด็กๆ ไปแล้ว แต่ด้วยวุฒิภาวะทางอารมณ์อันสูงลิ่ว ชายหนุ่มเลือกที่จะวางคุกกี้ลงและเดินกลับไปหาคนอบซึ่งเริ่มมีสีหน้าเลิกลัก

 

ทะ.. ทำไมล่ะ โกรธเหรอ?

 

หรือเพราะปลา?... แต่ผมไม่ได้มีเจตนาล้อเลียนนะ ก็คุณชอบกินปลาไม่ใช่เหรอ

 

ยิ่งคิดเหงื่อก็ยิ่งตก ไวท์กระพริบตาถี่ๆ ขณะอีเกิ้ลก้าวเข้ามาประชิดด้วยสีหน้าเรียบนิ่งเช่นเดิม เงาของร่างโปร่งทาบทับลงมาจนเขารู้สึกว่าตัวเองเป็นภูตแคระ

 

ตอนนั้นเอง เขารู้สึกว่ามีคนจับปกเสื้อ

 

“เบี้ยวมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ จัดตัวเองบ้างสินายน่ะ”

 

ฝ่ามือหน้าเลื่อนจัดตั้งแต่ช่วงท้ายทอยไล่เข้ามาจนถึงไหปลาร้า พลิกให้คอปกกลับมาอยู่ในสภาพเดิมก้มลงดึงชายเสื้อของไวท์ให้ตึงขึ้น ท่าทางเหมือนคนที่ร้านตัดเสื้ออย่างไงอย่างงั้น สายตาของอีเกิ้ลไล่มองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าดูความเรียบร้อย ก่อนจะจบด้วยการใช่ปลายนิ้วเกลี่ยหน้าม้าให้เข้าที่เข้าทาง

 

                ครั้นที่เงยหน้าขึ้น ไวท์ได้รู้ว่าตัวเองเผลอสบตากับอีกฝ่ายโดยบังเอิญ ดวงตาทั้งคู่ไม่ได้แข็งกร้าวเย็นชาอย่างทุกครั้ง หากกลับสะท้อนความอ่อนโยนในทีจนเขาเกือบลืมหายใจไปเสียดื้อๆ กระทั่งเขาสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง

 

                มุมปากเรียวยกขึ้นเพียงเล็กน้อย เป็นครั้งที่สองที่มันปรากฏขึ้น

 

                “แล้วฉันจะกลับมากิน”

 

                อีเกิ้ลพูดเพียงเท่านั้นและออกจากห้องเพื่อเดินทางเสียที ในอกของชายหนุ่มนั้นเบาโหวงราวกับขนนกฟูฟ่องในอากาศ โหนกแก้มจนถึงใบหูขึ้นสีจัดอย่างคุมไม่อยู่

 

                น่ารัก

 

                เป็นคำเดียวที่บรรยายสิ่งที่เขารู้สึกตอนนี้

 

 

 

                ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง

 

                วันที่สงครามจะยุติลง

 

                เสียงคุยจอแจดังขึ้นตลอดทาง ฝ่ายนกบางคนได้แต่มองพวกทหารเดินเรียงแถวผ่านบ้านของไปด้วยสีหน้ากังวล บ้างก็เริ่มเขม้นใส่และหันไปร่วมวงซุบซิบกับเพื่อนของตน พวกเด็กเล็กทั้งหลายก็พากันตื่นตาตื่นใจส่งเสียงเรียกแหลมเสียดหูจนคนเป็นพ่อแม่ต้องรีบพาเข้าบ้าน แต่ก็ไม่วายพากันเปิดหน้าต่างชะเง้อมองลงมาอยู่ดี

 

                สลีปมองไปตามกลุ่มคนด้วยใจห่อเหี่ยว มีหลายครั้งที่เขาสะดุ้งเพราะเห็นคนผมสีเงินและพยายามเพ่งมองให้ชัดๆ แต่ก็ได้แค่หวังเมื่อคนที่หันมาไม่ใช่ไวท์... แถมผมสีนี้ก็มีได้ทั่วไปในหมู่นก ถึงจะไล่เคาะประตูตามบ้านชาตินี้ก็หาไม่เจอ

 

                จะไม่ได้เจอจริงๆ เรอะ... ฉันอุตส่าห์รอมาตั้งเดือนนะ

 

                “โจนาธาน”

 

                “ครับ?”

 

                สลีปเงยหน้าขึ้นตามเสียงเรียกโดยอัตโนมัติ

 

                ด้านหน้าของเขาคือฝ่ายองครักษ์ในเครื่องแบบสีเขียวเข้มประดับยศ แม้จะดูมีอายุแล้วทว่าด้วยความที่มีร่างกายสูงโปร่งแข็งแรง ทำให้ลัค ดูมีภูมิฐานอยู่เสมอ

 

                “หลังจากงานที่วัง ตำรวจของเราจะเอาพวกมันไปที่สำนักงานของพวกนก”

 

                “แล้วมันเกี่ยวอะไรด้วยล่ะ?”

 

                เขาถามอย่างไม่เข้าใจ อย่างไรก็ตามพวกมันก็หวังปลงพระชนราชา ถึงจะกำลังสานสัมพันธ์กันก็น่าจะลากไปตัดสินที่อาณาจักรของตัวเองมากกว่ามาให้พวกที่ไม่เกี่ยวข้องจัดการ

 

                ลัคเสยเรือนผมแดงของตนพลางถอดหายใจ

 

                “ก็ที่เราจับได้ เป็นคนของพวกนั้นน่ะสิ”

               

                ถึงตรงนี้สลีปขมวดคิ้วแน่นด้วยความหงุดหงิด

 

                สุดท้ายเรื่องปวดหัวก็เข้ามาจนได้ ทั้งที่ทุกอย่างกำลังจะจบอยู่แล้วดันมีตัวก่อปัญหาเพิ่มขึ้นมา อีแบบนี้คงมีแววทะเลาะกันอีกแน่

 

                “ปล่อยให้เป็นเรื่องของตำรวจเถอะ”

 

                สลีปลูบม้าของตนเบาๆ และมองทอดไปด้านหน้าอย่างเหม่อลอย

 

                “นายเปลี่ยนไปมากนะ โจนา”

 

                ชายวัยกลางเปรยขึ้นโดยที่คู่สนทนาตอบโดยไม่ได้มองหน้า

 

                “ฉันนึกว่านายจะคัดค้านเสียอีก”

 

                นัยน์ตาสีเขียวสะท้อนกับแสงแดดและตกอยู่ในห้วงความคิดขณะหนึ่ง

 

                ซากปรักหักพังท่วมด้วยไฟร้อนระอุพร้อมกลิ่นไหม้ฉุน หมอกคล้ำลอยอ้อยอิ่งบนอากาศจำนวนมากชวนแสบตา เสียงตะโกนกร้าวระคนกับเสียงปืนที่โหมกระหน่ำในคืนนั้น ขับให้หมู่บ้านเล็กๆ พินาศลงเป็นตอตะโกพร้อมการสูญเสียครั้งใหญ่ในชีวิต

 

                วันที่เมล็ดพันธุ์แห่งความแค้นถูกฝังลงในจิตใต้สำนึกของสลีป

 

                “ยังไงผมก็เอาชีวิต ‘เธอ’ กลับมาไม่ได้อยู่ดี”

 

                เมื่อฟังจบลัคหัวเราะต่ำในลำคอและไม่พูดอะไรเพิ่มเติม

 

                เขารู้จักเด็กคนนี้ดีพอสมควร ถึงจะใจร้อนแต่ก็สามารถออกคำสั่งอย่างเด็ดขาดในเวลาฉุกเฉินจนเป็นที่เคารพของลูกน้อง ทั้งยังเป็นเพื่อนคุยได้ดี แม้อายุทั้งสองจะห่างกันแต่ก็สนิทพอสมควรจนหลายคนคิดว่าลัคเป็นพ่อของสลีปจริงๆ ซึ่งเขาไม่ได้ว่าอะไรนัก เพราะบางครั้งเด็กนั่นก็ทำตัวเหมือนลูกแท้ๆ เหมือนกัน

 

                ลัคแอบเหลือบมองอีกฝ่ายอีกครั้ง ก่อนจะพบว่าเจ้าตัวหันเหความสนใจไปทางผู้คนอีกครั้ง ทำให้คำถามหนึ่งผุดขึ้นบนหัว

 

มันหาอะไรของมันวะ?...

 

 

 

 

                “พี่!”

 

                เสียงตะโกนดังขึ้น เรดเดินเร็วๆ เข้ามาด้วยท่าทีเร่งรีบด้วยความที่ใกล้เวลาเต็มทน ตอนนี้เจ้าตัวแต่งเครื่องแบบเต็มยศเช่นเดียวกับคนอื่นๆ ที่วิ่งสวนไปอีกทางทำให้เขาต้องฝ่าผู้คนตามทางเดินมาครู่ใหญ่ถึงจะเจอกับไวท์

 

                “ทำไมไม่รีบไปรวมกับคนอื่นล่ะเรด จะไม่ทันเอานะ”

 

                พอโดนดุหน่อย เจ้าตัวก็ทำปากบึ้งเง้างอนเหมือนเด็กๆ แต่ก็แค่ครู่เดียวเท่านั้นเพราะเริ่มมีคนตะโกนเรียกรวมอีกครั้ง

 

                “ผมแค่เอาจดหมายมาให้”

 

                ซองสีขาวสองซองถูกส่งใส่มือของไวท์ คนรับมีสีหน้าอ่อนลงและถอนหายใจยาวก่อนจะยิ้มให้คนตรงหน้าที่ทำเป็นเสมองไปทางอื่น

 

                “จากเทอเรนซ์ กับ..”

 

                “พี่ว่าเธอไปได้แล้วล่ะ จะโดนหัวหน้าติเอานะ” คนเป็นพี่ตัดบททันที

 

                “เอ่อ งั้น.. ผมไปก่อนนะ”

 

                เรดยกมือขึ้นลูบท้ายทอยแก้เก้อ และรีบออกตัววิ่งทั้งที่กำลังใส่หมวกออกไปรวมด้านล่าง เมื่อทุกคนออกไปจนหมดทางเดินก็เงียบลงผิดหูผิดตา ไวท์พลิกจดหมายทั้งสองอย่างพิจารณาขณะเอนแผ่นหลังพิงกับหน้าต่างบานใหญ่ซึ่งทอแสงสีทองพาดลงกับพื้นไม้มันขลับ

 

                เหมือนมีอะไรบางอย่างติดค้างในความคิด เขาก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่ามันคืออะไร แต่มันคงเป็นสิ่งที่ไม่เชิงว่าน่าจดจำเท่าไรนัก

 

                เทอเรนซ์ คือแฟนเก่าของไวท์ และอยู่ในฐานะพี่ชายแท้ๆ ของเรด

 

                นี่น่าจะเป็นจดหมายหลังจากกลับมาจากคริสมาส แต่เรดคงลืมให้ตามประสาเด็กๆ

 

                ส่วนอีกฉบับ...

 

                ในที่สุดจดหมายทั้งสองก็ถูกพับเก็บเข้ากระเป๋ากางเกง

 

                นี่ยังไม่ใช่เวลาจะอ่าน

 

                ไวท์หันกลับไปมองด้านล่าง ตำรวจหลายนายยืนเรียงแถวตรงถอดยาวออกไป ขบวนเสด็จคงจะผ่านไปแล้ว เหลือก็แต่พวกทหารเดินผ่านไป เขาสังเกตว่าบางนายมีผ้าพันแผลอยู่บนร่างกาย ท่าทางคงจะไปพบกลุ่มโจรระหว่างทาง...

 

                ทว่า วินาทีนั้นเอง

 

                แนวหลังของกลุ่ม บนม้าสีดำคือชายร่างโปร่งในเครื่องแบบต่างจากผู้อื่นประดับยศที่สูงกว่า แม้จะเป็นด้านข้างแต่ไม่มีเลยที่เขาจะสามารถลืมใบหน้านั้นได้ นัยน์ตาสีเงินสะท้อนภาพนายทหารจวบจนลับสายตาไป

 

                ไม่...

 

                ไวท์กัดริมฝีปากแน่นและรีบเดินห่างจากหน้าต่างโดยเร็วที่สุด

 

                สลีปอยู่ที่นี่...

 

                ถ้าเป็นความฝัน มันจะเป็นฝันร้ายที่สุดตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา

 

                เขายังจำได้ทุกครั้งที่สั่นเทาอย่างคุมไม่อยู่ ภาพเหตุการณ์เลวร้ายเข้าโจมตีให้ศีรษะหนักอึ้งและตื้อตึงเหมือนถูกทุบ ลมหายใจติดขัดราวกับถูกกดดันจนแน่นไม่หมด ร่างกายของไวท์ชาวาบชั่วขณะหนึ่ง ก่อนสิ่งที่ตามมาคือความหนักอึ้ง

 

                ไม่เอา...

 

                ไม่เอาแล้ว...!!!

 

                ร่างบางสั่นอย่างรุนแรงและเร่งฝีเท้าหนัก สติสัมปชัญญะขาดสะบั้นด้วยความหวาดกลัวที่กัดกร่อนลึก

 

                ฉันอยากตื่นเดี๋ยวนี้... เดี๋ยวนี้เลย!!! นี่เป็นแค่ความฝัน แค่หลอนไปเอง... หมอนั่นไม่ควรอยู่ที่นี่อยู่แล้ว แต่ทำไม ทำไมภาพเมื่อกี้ถึงเด่นชัดนัก ทำไมถึงเป็นแบบนี้ มันไม่ตลกเลยนะ.. ไม่เลยสักนิด!!!

 

                พลั่ก!

 

                “เฮ้ย!?”

 

                เอ๊ะ

 

                ขณะที่กำลังลงบันได ไวท์ชนเข้ากับใครบางคน โดยไม่ทันได้ขอโทษในวินาทีต่อมาขั้นบันไดก็เด่นชัดและใกล้ขึ้นกระทั่งทุกอย่างหมุนคว้างอย่างคุ้มคลั่ง

 

                ร่างของไวท์กลิ้งหลุนๆ ไปจนถึงขั้นสุดท้ายท่ามกลางความตกใจของภารโรงวัยชรา ตอนนั้นเองที่เขาสังเกตเห็นเลือดไหลนองกับพื้นและตะโกนเรียกให้ช่วย ทัศนียภาพของชายหนุ่มเริ่มพร่าเรือน รู้สึกได้ถึงม่านน้ำอุ่นที่คลอรื่นกับดวงตา

 

                ช่วยด้วย...

 

                เทอเรนซ์...

edit @ 12 Mar 2014 20:12:35 by rike

Comment

Comment:

Tweet

อัพไวจังค่ะ ขอบคุณมากนึกว่าต้องรอเก้อเลยsad smile

สถานการณ์ไวท์นี่แบบ เอิ่ม ..หันซ้ายป๋าอีเกิ้ลหนุ่มอบอุ่น ใสๆ หวานหัวใจอะไรอย่างเน้ อ่านไปอมยิ้มไป ..หันขวาพ่อหมูขี้เซา บทแต่ละบทกระชากต่อมsmดิฉันตื่นเต็มตาเลยเค่อะ(ชอบ )

แต่เอ้ะ ดูเหมือนจะมีม้ามืดเทรเซอร์อดีตแฟน ที่ดูยังไงไวท์ก็ยังรักอยู่รึเปล่านะ ..รอลุ้นนายจะเป็นสายไหน โฮะๆ(ไม่แน่อาจเป็นตาลุง //เผ่น)

ส่วนตัวเราจะยังไงก็ได้ หรือไม่ก็3Pไปเลย555+
ปล.ไวท์ตกบันไดเลือดอาบแล้วจะตายมั้ยนั่นลูกsad smile
เป็นกำลังใจให้คนแต่งคะ ยังติดตามอยุตลอด สู้ๆค่ะ^_^

#4 By BunnySM (171.4.250.56) on 2013-10-25 00:09

อัพไวจังค่ะ ขอบคุณมากนึกว่าต้องรอเก้อเลยsad smile

สถานการณ์ไวท์นี่แบบ เอิ่ม ..หันซ้ายป๋าอีเกิ้ลหนุ่มอบอุ่น ใสๆ หวานหัวใจอะไรอย่างเน้ อ่านไปอมยิ้มไป ..หันขวาพ่อหมูขี้เซา บทแต่ละบทกระชากต่อมsmดิฉันตื่นเต็มตาเลยเค่อะ(ชอบ )

แต่เอ้ะ ดูเหมือนจะมีม้ามืดเทรเซอร์อดีตแฟน ที่ดูยังไงไวท์ก็ยังรักอยู่รึเปล่านะ ..รอลุ้นนายจะเป็นสายไหน โฮะๆ(ไม่แน่อาจเป็นตาลุง //เผ่น)

ส่วนตัวเราจะยังไงก็ได้ หรือไม่ก็3Pไปเลย555+
ปล.ไวท์ตกบันไดเลือดอาบแล้วจะตายมั้ยนั่นลูกsad smile
เป็นกำลังใจให้คนแต่งคะ ยังติดตามอยุตลอด สู้ๆค่ะ^_^

#3 By BunnySM (171.4.250.56) on 2013-10-25 00:06

อีเกิ้ลลลลลลลล 
ว๊ากกก คู่นี้น่ารักค่า
เริ่มหันมาเชียร์สองคนนี้แล้ว
ส่วนสลีป เฮ้อ..เหมือนจะเป็นตัวร้ายยังไงไม่รู้อ่ะ
ไม่โอเค ฮ่าๆ
ชอบสองคนนี้ อยู่ด้วยกันแล้วมุมิ คุคิ น่ารักมาเลอ TwT
ฟินที่สุด ไม่อยากให้สลีปเจอกับไวท์เลย
เดี๋ยวไวท์กลับมาเป็นเหมือนเดิมอีก
ตอนนี้กำลังใสๆ หวานๆ กับอีเกิ้ลนิดๆ หน่อยๆ พอหอมปากหอมคอ คิคิ

#2 By ellette (14.207.207.86) on 2013-10-23 23:35

ฮื้อออออออออออออ
พี่อีเกิ้ลน่ารักอ่ะะะะะะะะะะะะะะะ
น้องไวท์ลืมอีหมูเลวๆ นั่นไปเถอะค่ะ พี่อีเกิ้ลเค้าต้องทะนุถนอมน้องเป็นอย่างดีแน่ๆ เลย ฮิ้วววววววว
เดี๋ยววววว เทอเรนซ์เป็นใคร๊!!!!!!!!!!!!
ทำไมน้องไวท์เสน่ห์แรงและแอบรักคุดงี้คะ
โถ กลัวอีหมูจนตัวสั่นเลย สงสารจัง TT____TT ขอให้มีเสะแสนดีผู้คู่ควรมาไวๆ นะคะ

#1 By KeeChan on 2013-10-22 16:10