[Fic Angry Bird] Bloody love ; 10

posted on 11 Oct 2013 12:51 by therike

13.24 น. เดือน มีนาคม

ณ ป้อมปราการกำแพงนอกของอาณาจักร

 

“เบื่อชะมัด....”

 

“ทนหน่อยเพื่อน อีก 5 นาทีก็เปลี่ยนกะแล้ว”

 

บทสนทนาของทหารประตูเมืองเกิดขึ้น

 

ทั้งสองรับหน้าที่ยืนรักษาการตลอดช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาหลังจากได้รับการฝึกมหาโหดจากค่ายทหาร เรียกได้ว่าเป็นมือใหม่แกะกล่องสดๆ ร้อนๆ ก็ได้ ทว่าหยาดเหงื่อแรงกายทั้งหมดดูเหมือนจะจบลงด้วยการยืนเฝ้าแล้วเปลี่ยนกะกับเพื่อนไปวันๆ เท่านั้น

 

“ที่ผ่านมาเราลุยโคลนกันเพื่ออะไรเนี่ย...”

 

“ฝึกความอดทนไง” ชายฝั่งซ้ายพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เราต้องตื่นตัวตลอดเวลาถ้ามีข้าศึกบุก! ถ้าขาดพวกเราไปทหารด้านในจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ถึงตอนนั้น...”

 

“จ้ะๆ รู้แล้ว”

 

ชายฝั่งขวาหันไปแว้งด้วยน้ำเสียงรำคาญและกระชับหอกในมือ

 

หญ้าชื้นโชยกลิ่นหอมมาลางๆ บอกถึงการเริ่มต้นของฤดูใบไม้ผลิ น้ำแข็งตามกิ่งไม้แอ่งน้ำก็พลอยละลายอย่างช้าๆ ตามไอแดดที่ฉายสว่างบนท้องฟ้า แม้จะมีลมเย็นพัดมาเอื่อยๆ แต่ก็ช่วยอากาศอบอุ่นจากความหนาวขึ้นบ้าง

 

“นายว่าพวกเขาจะมาหรือยัง”

 

เขาหันไปถามเพื่อนเข้าเวร ซึ่งอีกฝ่ายเงยหน้ามองตรงไปแล้วพูดขึ้นว่า

 

“มาแล้ว”

 

“อะไรนะ?”

 

อีกฝ่ายพยักพเยิดไปด้านหน้า ทำให้เขาเลื่อนสายตาไปยังเนินซึ่งห่างออกไปไม่มากนัก

 

วินาทีต่อมาม้าสีน้ำตาลเข้มองค์อาจจะควบเกือกตรงเข้ามาหยุดตรง บนหลังมันคือทหารผู้สวมเครื่องแบบสีเขียวหม่น เรียกความสนใจของทหารยามบนกำแพงเป็นอย่างดี บางคนชะเง้อมองด้านล่างด้วยสีหน้าอยากรู้ ต่างกับผู้เฝ้าประตูทั้งสองซึ่งตกตะลึงกับแผลฉกรรจ์บนใบหน้าอีกฝ่าย

 

ทหารรายนั้นตะโกนเกรี้ยวกราด

 

“เปิดประตู เดี๋ยวนี้! เราถูกโจมตี!!!”

 

โดยไม่อธิบายใดๆ ต่อ ความวุ่นวายของเหล่ามังกรก็เกิดขึ้นทันที

 

เสียงโซ่หนักกระทบกันดังลั่นคละกับเสียงตะโกน ประตูบานใหญ่ของอาณาจักรอ้าออกช้าๆ ด้วยกำลังคนที่มีอยู่ ไม่นานนักกระทบทึบก็ดังระงบ พื้นดินสั่นสะเทือนจนทหารด้านล่างรู้สึกได้และพากันมองหน้ากันเงียบๆ ไกลออกไป ทหารองครักษ์เคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วเพื่อพารถม้าของพระราชาเข้ามาในเขตอาณาจักรมังกรให้เร็วที่สุด ตามด้วยทหารอีกหลายนายซึ่งทำหน้าที่คุ้มครองเครื่องบรรณาการลากเกวียนตามด้านหลังด้วยสภาพสะบักสะบอม

 

“แบบนี้ไม่ดีแน่..”

 

ผู้เฝ้าประตูพึมพำขณะมองรถพระที่นั่งผ่านประตูเข้าไป

 

ด้านแนวหลังไกลจากสายตาทหารมังกร พวกทหารกำลังต่อสู้อลหม่านกับเหล่าโจรซึ่งบุกโจมตีกะทันหันจนบางนายบาดเจ็บสาหัสต้องให้นำเข้าไปก่อน ทั้งยังบุกโจมตีราชาจนพวกองครักษ์แทบแย่ เหตุการณ์ตรงนี้สร้างความไม่พอใจอย่างมาก

 

โดยเฉพาะกับหัวหน้าทหาร...

 

ฉัวะ!!

 

คมดาบฟันผ่านคอหอยของโจรปิดหน้าตาผู้หนึ่ง ส่งผลให้ละอองแดงฉานสาดกระเซ็นเปรอะใบหน้าของสลีป นัยน์ตาสีมรกตประกายวาวด้วยความโกรธและหันไปตะโกนกับพวกลูกน้อง

 

“อย่าพึ่งฆ่าทั้งหมด! จับไอ้บัดซบพวกนี้มาด้วย!!”

 

ฝ่ามือหนากระตุกบังเหียนแรงเมื่อเห็นหนึ่งในนั้นกำลังจะหนีเข้าป่าด้านข้างไป ม้าสีนิลหันตามเจ้าของสั่งและส่งเสียงแหลมลั่น ก่อนจะกระทืบเกือกลงบนแผ่นหลังจนร่างใต้เท้านอนจุกกับพื้น แต่ก็ไม่นานเพราะถูกหิ้วปีกไปมัดมือมัดเท้ารวมกับเพื่อนตัวเองอีกห้าชีวิต

 

สลีปหอบโยนและเริ่มกวาดสายตามองรอบด้าน ศพของพวกโจรเกลื่อนทางอย่างน่าอดสู นอกเหนือจากนั้นคงหนีรอดไปได้บ้าง แน่ล่ะ ดันมาบุกทหารเกือบๆ ห้าร้อยนายแบบนี้คงจะสู้ไหวหรอก

 

“พวกมันไปแล้ว” เขาว่า “เราต้องพาคนเจ็บเข้าเมือง คนที่สบายดีอยู่คุมพวกนี้ไว้อย่างหนาแน่น ฉันไม่อนุญาตให้พวกนายเปลี่ยนกะจนกว่าจะสั่ง”

 

“ครับท่าน!”

 

ทุกคนรับคำสั่งและช่วยกันหามเพื่อนที่บาดเจ็บขึ้นหลังม้าเดินหน้าไปก่อนโดยมีหัวหน้ายืนคุมอยู่ไม่ห่าง แนวหลังทั้งหมดค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าอาณาจักรมังกรจนครบ ประตูบานหนักจึงปิดตัวลงในที่สุดพร้อมกับคำถามนับไม่ถ้วนจากเหล่าทหารมังกร

 

 

 

 

“ลูกพี่... เช็ดหน้าเช็ดตาหน่อยก็ดีนาขรั๊บ” ราฟว่า

 

“ช่าย... หน้าลูกพี่ยังกับฆาตกรโรคจิต” สตีฟมาเป้นลูกคู่

 

“ถ้าพวกแกไม่หยุดพูดฉันจะกระชากลิ้นออกมาให้ม้ากิน”

 

“ผิดไปแล้วขรั๊บ...”

 

แล้วลูกน้องคนสนิททั้งสองก็ปิดปากฉับทันที

 

ทันทีที่พวกเขาเดินทางผ่านตัวเมืองเพื่อไปยังพระราชวัง ดูเหมือนประชาชนทุกคนจะออกมาแสดงความแตกตื่นมากกว่าตอนรับ ซึ่งสลีปพอจะเข้าใจอยู่ ถึงมังกรกับหมูจะซี้ปึกขนาดไหน แต่การที่พวกทหารโชกเลือดมาเดินเด่นกลางเมืองแบบนี้ยังไงก็ต้องผวากันบ้างเป็นธรรมดา ตอนนั้นเองที่หางตาแอบเห็นเด็กชายกลุ่มหนึ่งส่งเสียงโหวกเหวกแล้วชี้นิ้วมาทางเขาราวกับเจอสัตว์ประหลาด เจ้าตัวเลยสนองด้วยการตวัดตาค้อนขวับ ประกอบกับที่เลือดยังเปรอะบนหน้า เด็กพวกนั้นก็พากันแตกฮือจับทางกันไม่ถูก

 

เมื่อทั้งหมดถึงที่พัก มีข่าวกลายๆ มาจากทหารองครักษ์ว่าราชาหัวเสียสุดๆ ที่ถูกโจมตีและเรียกให้ทางนี้นำทหารอีกชุดมาเป็นกำลังเสริมเมื่อถึงวันที่ต้องออกเดินทางไปอาณาจักรนก ราชามังกรผู้ใจเย็นจึงทำตามคำขอเอาแต่ใจโดยไม่กังขา เพราะตนเองก็คิดว่าความปลอดภัยควรมาอันดับหนึ่งเช่นกัน ด้านพวกที่จับได้ถูกโยนเข้าตารางทันทีและเตรียมถูกสืบสวนในวันพรุ่งนี้ท่ามกลางการคุ้มกันอย่างแน่นหนา แทบจะเฝ้าทุกกิริยาบทเลยก็ว่าได้

 

ด้านความสูญเสียนั้นโชคดีที่ไม่มีใครตาย ทหารบาดเจ็บอยู่ส่วนหนึ่งจากการโจมตีกะทันหัน ดีที่ว่าจำนวนพวกทหารได้เปรียบกว่าจึงช่วยให้ผ่านมาได้

 

หลังจากเหตุการณ์ตึงเครียดตอนกลางวันผ่านไป มื้อค่ำแห่งการกระชับมิตรก็เกิดขึ้นกับพวกทหาร ตอนนี้ทั้งสองฝ่ายพากันกอดคอดื่มและสวาปามอาหารมากมายบนโต๊ะ ด้วยความที่ต้องออกแรงหลายคนเลยตะโกนขอเติมไม่หวาดไม่ไหวโดยมีพวกมังกรตบหลังผัวะๆ แล้วเชียร์ให้ดื่มจนกว่าจะเมาไปข้าง

 

“เฮ้! หัวหน้ามาแล้ว”

 

ทั้งห้องหันไปตามเสียงทัก ตรงประตูไม้มีร่างของโจนาธาน เกรย์ยืนจังก้าด้วยใบหน้ายิ้มยาก แต่กระนั้นเสียงเฮลั่นแบบพวกขี้เมา สลีปแอบกรอกตาไปมาเพราะตัวเองไม่ได้มีอารมณ์ร่วมเท่าไหร่นัก ยังไงก็ไม่อยากทำเสียบรรยากาศเหมือนกัน เขาพยามชะเง้อหาที่ว่างแต่มีทหารมังกรนายหนึ่งก้าวมาเชิญให้อีกฝ่ายมานั่งที่โต๊ะส่วนตัวซึ่งเตรียมไว้โดยเฉพาะพร้อมกับเหยือกเบียร์เย็นเฉียบพร้อมอาหารมื้อหนักรอรับไว้แล้ว

 

“หัวหน้าแกดู.. อึ๊ก ‘รมบ่จอยนะเพื่อน...”

 

ราฟโดนคนข้างๆ กอดคอ แก้วเบียร์ชี้โบ๊ชี้เบ๊ไปทางสลีปซึ่งนั่งดื่ม

 

“อู๊ยยยย.. อยู่แล้นน....”

 

ทว่าคนที่ตอบกลับเป็นทหารหมูฝั่งตรงข้าม คางแหลมๆ ยื่นเข้ามาพร้อมสายตาเจ้าเล่ห์ก่อนจะทำเป็นเอามือป้องกระซิบ

 

“ก็เขาอะนะ... เพื่อนนนน... เขาไม่ได้เจอเจ้านกน้อยมานานแล้วววว...”

 

“นกอะไรวะ?” ทหารฝ่ายมังกรซึ่งดูมีสติครบถ้วนหันมาถามพร้อมกับเพื่อนร่วมโต๊ะอีกสี่คนที่ชะเง้อไปมาเหมือนอยากมีส่วนร่วม

 

“ก็นกงาย... พวกแกไม่เคยได้ยินข่าวมาบ้างหรือไงว้าา...”

 

ดวงตาที่เหมือนเม็ดลูกเกดของคนพูดหรี่ซ้ายทีขวาทีอย่างมีเล่ห์เหลี่ยม เรียกให้โต๊ะรอบๆ กรูเข้ามาฟังข่าวที่ว่ากันอย่างรวดเร็ว บางคนแกล้งทำเป็นจิบเครื่องดื่มไปพลางแต่ก็แอบทำหูผึงฟังไปด้วย

 

“เมื่อปีก่อนนะเพื่อนนน.. เขาไปจับนกสีขาวตัวหนึ่งมาได้อะ... แบบว่าจะมาเอาไข่ทองคำคืนไป แต่โดนจับได้ก่อน...” ทุกคนโน้มตัวเข้ามาใกล้มากขึ้น “หัวหน้าถูกใจมันมากเลยแหละ.... ช่วงแรกๆ พวกเราจะได้ยินเสียงเกือบทุกคืนเวลาเดิน... ผ่านห้องของเขา.....”

 

“ถูกต้องที่สุด” ทหารหมูข้างๆ ยกมือเตี้ยๆ “ฉันเคยเดินผ่านครั้งหนึ่ง... เสียงนกตัวนั้นหวาน จน...” จากนั้นเจ้าตัวกลืนน้ำลายเอื้อกโดยมีเหงื่อผุดขึ้นตรงขมับจนถูกเพื่อนมังกรตบบ่า

 

“นายโชคดีว่ะ... แล้วไงต่อ”

 

“ก็... หลังจากเจ้านกนั้นถูกปล่อยกลับไป พี่แกก็ดูเหม่อๆ ซึมๆ... อย่างกะคนโดนทิ้ง แล้วชอบมองอะไรที่เป็นสีขาวนานๆ ด้วย...”

 

“ฉันว่าเขาตกหลุมรักว่ะ”

 

“โอ้ว นกน้อยผมรักคุณ”

 

“นกน้อยที่รักกกกก”

 

นายคางแหลมกับลูกคู่ขนาบสองข้างร้องเพลงด้วยหลงมัวๆ แล้วเริ่มร่ายรำไปมาจนทั้งห้องฮาครืนกันเป็นแถว

 

เพล้ง!!!

 

ทันทีที่เสียงนินทาชักดังเดินกว่าเหตุ แก้วเบียร์ในมือสลีปก็ลอยคว้างกลางอากาศเฉียดหัวนายคางแหลมไปนิดเดียวก่อนจะไปกระทบกับกำแพงแตกละเอียดเป็นผุยผง คนเล่าอ้าปากพะงาบๆ แทบจะสร่างเมาทันทีที่สบตากับหัวหน้าตัวเอง อีกฝ่ายดูเหมือนจะเดินมาหักคอเขาได้ทุกเมื่อ ในขณะที่ทุกคนอึ้งอยู่ ราฟกับสตีฟรีบพากันมุดใต้โต๊ะอย่างรู้ดี

 

ว่าสภาพแบบนี้ระเบิดชัวร์!!!

 

“ไหน เมื่อกี้เล่าเรื่องเก่งดีนี่หว่า”

 

สลีปย่างสามขุมมาโดยที่ทุกคนพากันหลบทาง แม้เหล่ามังกรจะไม่มีประสบการณ์กับความเหี้ยมของหัวหน้าทหาร แต่แค่มองหน้าก็รู้แล้วว่ารายนี้แทบจะหือจะอือไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

 

“งั้นเดี๋ยวฉันเสริมให้นะ”

 

คนพูดแสยะยิ้มพลางเชยคางอีกฝ่ายขึ้น

 

“ฉากต่อไปนี้ จะมีทหารนายหนึ่งกรามหัก ซี่โครงราว กับกระดูกคางป่น นายว่าน่าสนใจไหม”

 

ทหารรายนั้นตัวสั่นงันงก ส่งเสียงแหลมเหมือนสัตว์ตัวเล็กๆ ออกมาอย่างหมดทางหนีเมื่อเจอบทโหด ในหัวนึกโทษตัวเองซ้ำๆ เพราะหัวหน้าคงหัวเสียจากเรื่องที่เกิดขึ้นจนตอนนี้ยังไม่เลิก

 

แต่ในตอนนั้นเอง...

 

แปะ แปะ

 

เสียงปรบมือดังขึ้นพร้อมกับผู้มาใหม่

 

“ไม่เอาน่าพวก สนุกกันให้เต็มที่”

 

เจ้าของประโยคคือ ไมตี้ หัวหน้าทหารฝั่งมังกร

 

“โอ้! หัวหน้า!”

 

“มาพอดีเลยครับ!”

 

“ให้รอตั้งนาน!!!”

 

ในที่สุด บรรยากาศมาคุก็ถูกพัดออกไปทันทีที่ชายคนนี้ก้าวเข้ามา

 

ไมตี้ยิ้มยิงฟันและดูเป็นกันเองกับลูกน้อง เรือนผมสีส้มมัดรวบไปด้านหลังดูทะมัดทะแมง เจ้าตัวก้าวฉับๆ เข้ามาลากคอสลีปกลับไปนั่งที่โต๊ะแล้วเอาแก้วใบใหม่มาให้ บรรยากาศคึกครืนกลับมาตามปกติและดำเนินต่อไปกระทั่งทุกคนถูกไล่ไปนอน

 

สลีปเข้าไปในห้องรับรองของตนแล้วถอดเสื้อผ้าของตนออกจนเหลือผ้าเช็ดตัวพันรอบเองเพื่อเตรียมตัวอาบน้ำ ทันใดนั้นเอง ประตูที่เจ้าตัวไม่ได้ล็อคก็เปิดผ่างออกมาทันที

 

“ไงเพื่อน วันนี้ดูอารมณ์ไม่ดีเลยน้า”

 

ไมตี้ว่าเสียงใสพลางปิดประตูก่อนจะชะงักกึกเมื่อเห็นเจ้าของห้องยืนเท้าเอวทำหน้าตายใส่

 

“แกอยากโดนปล้ำหรือไง”

 

“หู๊ย.. กดลงก็เอาสิไอ้คนเก่ง”

 

หัวหน้ามังกรทำหน้าล้อเลียนแล้วนั่งลงกับเตียงโดยมีสายตาจับจ้องอยู่ ดูเหมือนไมตี้จะอาบน้ำเรียบร้อยเพราะเจ้าตัวอยู่ในชุดคลุมยาวสีเหลืองทาบลายส้มแบบผูกกับกางเกงขายาวดูโล่งสบาย แต่พอเลื่อนขึ้นมองใบหน้ากลับมีคำว่า น่าหมั้นไส้ เด่นหรา ไม่รู้ทำไม

 

“อ๊ะๆ” จู่ๆ ไมตี้ก็ร้องขึ้นพลางชูนิ้วโบกไปมา “จ้องขนาดนี้อย่าบอกนะว่าฉันเหมือนเจ้านกน้อยตัวนั้น”

 

“แกได้ยินที่มันพูดด้วยเหรอ” สลีปขมวดคิ้วยุ่ง แต่อีกฝ่ายยักคิ้วกวนประสาท

 

“ท่าทางก่อนนอนหมอนั่นไม่เคยทำให้นายเหงาเลยสินะ”

 

ตึง!!!

 

พูดประโยคยังไม่จบดี คนพูดก็ถูกจับคว่ำลงกับเตียง ข้อมือทั้งสองข้างถูกจังไพล่หลังจนขยับตัวไปไหนไม่ได้ คนด้านบนเริ่มโน้มตัวลงทาบทาม ปลายคางเลื่อนไปตามแผ่นหลังช้าๆ กระทั่งริมฝีปากมาหยุดตรงข้างใบหู เสียงแหบพร่าดังขึ้น

 

“แกรู้ไหม... ฉันไม่ได้เอาใครมาพักใหญ่แล้วเหมือนกัน”

 

สลีปคลี่ยิ้มเหี้ยมและทิ้งน้ำหนักตรึงร่างเขาไว้กับเตียง

 

“ยิ่งชุดแบบนี้ แม่งเร้าอารมณ์ชะมัด”

 

ไมตี้รู้สึกถึงลิ้นอุ่นที่หลังใบหู ทำเอาสันหลังเย็นวาบถึงต้นคอ ฝ่ามืออีกฝ่ายเริ่มไล่วนแถวหน้าท้องและเลื่อนต่ำจนถึงขาอ่อน ทันทีที่รู้สึกว่าส่วนแข็งขึงเริ่มเบียดใกล้มากขึ้น เขาก็รีบยอมแพ้แทบไม่ทัน

 

“โอเคๆ นายชนะ”

 

จบประโยคทั้งสองก็ผละออกจากกันเหมือนของร้อน ชายผมส้มดูจะหลอนไม่หายกับเหตุการณ์เมื่อครู่เลยได้แต่ยกหลังมือปาดเหงื่อ ในขณะที่สลีปเลียริมฝีปากของตนและชักสีหน้าไม่พอใจ

 

“ฉันพูดจริงนะ แกน่าจะลองเป็นฝ่ายรับดูสักครั้ง”

 

“งั้นรอบสองนายจะให้ฉันกดไหมล่ะ”

 

“ไม่มีทาง”

 

คนพูดปฏิเสธเสียงแข็งพลางเลื่อนสายตามองผ้าห่มสีขาวสลับกับไมตี้อย่างเลื่อนลอย พยายามจินตนาการว่าชายคนนี้มีเรือนผมเงินอ่อนนุ่มกับใบหน้าสวยชวนหลงใหล ฝ่ามือเล็กจิกผ้าปูแล้วส่งเสียงครางปานจะขาดใจอยู่ใต้ร่างเขา....

 

ทว่า จะให้คิดอย่างไร พอกลับมาสู่ความจริงภาพที่วาดไว้ก็สลายไม่เป็นชิ้นดี

 

“แกน่าจะผอมกว่านี้...”

 

“ขอโทษที่อยู่ดีกินดีไปหน่อย”

 

“ผมสีขาวด้วย...”

 

“เพ้ออะไรของเอ็งฟะ”

 

ไมตี้หรี่ตามองคนพูด ใบหน้าเหม่อลอยเหมือนกำลังฝันกลางวันแบบนั้นยิ่งชวนคันปากพิลึก แต่ดูท่าอีกฝ่ายพร้อมจะจับเขาคว่ำกับเตียงได้ทุกเมื่อเลยเลือกสงบปากสงบคำไว้

 

ทั้งสองเคยพบกันบ่อยเมื่อมีงานสังสรรค์ ราชาจะชอบเดินทางมาที่อาณาจักรมังกรเพื่อพักผ่อน เขาเลยพลอยเจอหน้ากันบ่อยเข้าไปด้วยจนกลายเป็นเพื่อนสนิทต่างสายพันธ์ เพราะเป็นหัวหน้าทหารเหมือนกัน ร่วมงานกันออกบ่อย ว่างๆ ก็นั่งแลกเปลี่ยนสารทุกข์สุขดิบ แต่ดูเหมือนวันนี้สลีปจะไม่มีอารมณ์เท่าไหร่นัก บวกกับท่าทีเหมือนเด็กสาววัยแรกแย้มแบบนั้นยิ่งทำให้ไมตี้พลอยนึกถึงเรื่องที่ทหารหมูเล่า

 

‘ฉันว่าเขาตกหลุมรักว่ะ’

 

ตกหลุมรักเรอะ?...

 

คนคิดเค้นหัวเราะ

 

อยากเห็นหน้าเจ้านกน้อยผู้น่าสงสารรายนั้นจริงๆ.....

edit @ 11 Oct 2013 13:43:53 by rike

edit @ 7 Mar 2014 23:12:18 by rike

Comment

Comment:

Tweet

ไปกดไวท์เถอะสลิป แฮ่ก..แฮ่ก

*อัพไวๆนะคะ อยากให้ถึงฉากพบกันอีกครั้ง แบบว่าอิฉันอยากเห็นคู่มวยไฝว์กันแย่งนาง..เอ้ย นายเอก -,-

#2 By BunnySM (171.4.250.170) on 2013-10-16 19:42

โอ้ยยยยย ดิฉันชอบวงทหารเม้ามอยค่ะ!!!!
ขำ ฮา นินทานายได้ถึงใจมากเลยค่ะ ว้ายๆ สลีปชักฟิวส์ขาดแล้วสินะ ไปลักตัวไวท์คืนมาเลย กดคนอื่นกดไม่ลง แล้วไม่น่ารักเหมือนไวท์ด้วยนะจ๊ะ อิอิ
ถึงช่วงนี้เอกทีนจะล่มแต่เหมือนเป็นบุพเพ (เ่ว่อไป)ที่เปิดเข้ามาอ่านได้เลยค่ะ!!!

#1 By KeeChan on 2013-10-15 08:51