Fiction : Angry bird : Tear

posted on 30 Sep 2013 02:58 by therike

Fiction : Angry bird

Eagle x White

 

 

 

เสียงที่ดังแว่วผ่านลมรบกวนยามนอนของอีเกิ้ล

ทั้งที่นี่เป็นค่ำคืนที่เหมาะสำหรับการเอนหลังหลับพักผ่อนมากแท้ๆ ไม่ว่าจะอุณหภูมิเย็นสบายกับผ้าห่มนุ่มที่ซักเสร็จใหม่เมื่อกลางวันซึ่งส่งกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มอ่อนๆ ทุกครั้งที่สูดหายใจ ชายหนุ่มยันตัวขึ้นด้วยใบหน้าบึ้งตึงพลางตวัดสายตามองนาฬิกาซึ่งบอกเวลาตีสองเข้าไปแล้ว แถมเจ้าของเสียงก็อยู่ตรงปลายเท้าเขานี่เอง

“เฮ้ย”

ลาดไหล่บางกระตุกขึ้นเล็กน้อยเมื่อเขาส่งเสียง

                “ฉันรู้ว่าเวลานี้เหมาะเล่นละครน้ำเน่า แต่ช่วยเกรงใจกันหน่อยได้ไหม ให้ตายเถอะ ไวท์”

                น้ำเสียงเจือความหงุดหงิดทำให้เจ้าของชื่อหันมามองเพียงเล็กน้อย แต่นานพอที่อีเกิ้ลจะเห็นม่านน้ำอุ่นที่สะท้อนเอ่ออยู่ในดวงตาแดงก่ำคู่นั้น เสียงสะอื้นฮักเริ่มเงียบลงกว่าตอนแรก ไวท์ยกมือขึ้นปิดริมฝีปากพลางส่งเสียงอู้อี้ในลำคอ

                “ขอ...โทษครับ...”

                “บ้าฉิบ”

                ก้อนความรู้สึกผิดก่อตัวขึ้นด้วยเวลาอันรวดเร็ว ในสภาพที่เปราะบางแบบนี้ยิ่งขับให้น้ำตาไหลลงอาบแก้มแดงก่ำ ไวท์ได้แต่กล่าวขอโทษซ้ำพลางก้มตัวซบลงกับเข่าและครางเสียงสั่น

                “ผมขอโทษ...”

                “รู้ใช่ไหมว่านี่กี่โมงแล้ว?”

                “...”

อีกฝ่ายนิ่งเงียบก่อนจะพยักหน้า

                “งั้นรู้ไหมว่าฉันพึ่งนอนเมื่อชั่วโมงก่อน”

                “...ครับ คือ.. ผม”

                “แล้วร้องทำไม?”

                “ขอโทษ..ผม ผม.. จะลงไปด้านล่าง....”

                “อย่ามางอแงให้มันมากนะไวท์ ฉันไม่ชอบเลี้ยงเด็ก”

                พูดจบผ้าขนหนูผืนใหญ่ก็ถูกวางลงบนตัก อีเกิ้ลสบตานิ่งโดยไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมาขณะที่ไวท์รู้สึกสับสน

                “ไปอาบน้ำ แล้วรอบนเตียง”

                อีกฝ่ายพูดแค่นั้นก่อนจะเดินออกจากห้องไป

                ถึงจะไม่เข้าใจบ้างแต่ไม่มีเหตุผลที่จะขัดคำสั่ง ไวท์ยกมันขึ้นเช็ดหน้าก่อนจะก้าวเข้าไปในห้องน้ำ วางเสื้อผ้ากองไว้และเปิดฝักบัวแรงๆ ให้สายน้ำอุ่นรดใบหน้า ริมฝีปากเริ่มมีสีขึ้นมาบ้างหลังจากสัมผัสความอุ่น กล้ามเนื้อทุกส่วนรู้สึกผ่อนคลายลง ไวท์ยกมือเสยผมช้าๆ พลางถอนหายใจ ไออุ่นลอยอ้อยอิ่งสร้างหมอกขนาดย่อมขึ้นมาบางๆ

                ...โดนโกรธซะแล้ว

                มันก็สมควรอยู่หรอกนะ...

                ทำไมเขาจะไม่รู้ว่างานของอีเกิ้ลมีมากมายก่ายกองขนาดไหนในเมื่อตนเองก็มีหน้าที่ช่วยจัดการกับพวกเอกสารให้เข้าที่ ไหนจะอ่านเรื่องก่อนเซ็นอนุมัติข้อเสนอซึ่งมีกฎยาวเป็นหางว่าว ขอบตาก็มีแต่จะดำคล้ำลงทุกทีๆ กว่าอีกฝ่ายจะได้นอนแต่ละคืนก็ถือว่าเป็นเรื่องยาก เขาดันเพิ่มเรื่องไม่เป็นเรื่องให้อีก จะหัวเสียก็ไม่แปลก... งานนี้เขาผิดเต็มประตูแบบเถียงไม่ออก หรือถ้าทำจริงทุกอย่างได้แย่กว่าสภาพตอนนี้แน่

                ร้อยวันพันปีทำไมต้องมาฝันร้ายเอาวันนี้....

                ไวท์คิดหงุดหงิดตัวเองพร้อมขมวดคิ้วยุ่ง เรือนผมสีเงินวาวเปียกลู่ตามโครงหน้า นิ้วเรียวเกลี่ยปัดมันไปทัดใบหูก่อนจะปิดก๊อกน้ำแล้วคว้าผ้าขนหนูมาเช็ดตัวให้แห้งและพาดมันไว้บนบ่า พาร่างของตนมานั่งรอชายหนุ่มด้วยท่าทีตึงเครียด

                ครู่หนึ่งประตูก็เปิดออกและปิดลง ร่างโปร่งทิ้งตัวนั่งข้างๆ พลางส่งแก้วนมอุ่นให้แก่อีกฝ่าย ซึ่งไวท์รับมันไว้อย่างเสียไม่ได้แล้วยกมันจิบบ้างเป็นครั้งคราวแก้เก้อ นมสดถูกจิบทีละนิดละหน่อยท่ามกลางความเงียบกริบ มีแค่เสียงเครื่องปรับอากาศเท่านั้นที่ดังเบาๆ ไวท์แอบเหลือบมองอีกฝ่ายเล็กน้อย พอเห็นว่าเจ้าตัวจ้องกลับจึงรีบดื่มนมจนหมดแก้วอย่างทุลักทุเลเพราะความร้อน

                เสียงทุ้มเปรยขึ้น

                “ร้องไห้ทำไม?”

                อีเกิ้ลคบกับเขาโดนมีข้อผูกมัดอย่างหนึ่ง คืองาน ซึ่งไม่ว่าอย่างไรงานจะต้องมาก่อนสิ่งอื่น แม้ไวท์ก็เช่นกัน ทำให้บางครั้งทั้งสองมีเวลาแก่กันน้อยมากทั้งที่คบกันมาจะครบปีอยู่แล้ว ทุกอย่างค่อนข้างใช้ความอดทน

                “ผม.... ฝันเรื่อง...แม่”

                นิ้วเรียวไล่รอบแก้วช้าๆ

                “ผมเป็นเธอกำลังจมลงไปในทะเลสาบ... ทุกอย่างเป็นสีดำ ผมช่วยอะไรเธอไม่ได้ และ... และเธอก็ตาย”

                เหงื่อกาฬไหลออกจากขมับอย่างเห็นได้ชัด “ผมตื่นขึ้นมา.. สับสนอึดอัดไปหมด..... พอรู้ตัวอีกทีก็... ทำให้คุณตื่น”

                นัยน์ตาสีเงินก้มนิ่งโดยไม่กล้าสบตากับอีกฝ่าย คอตกรอรับคำติเตียนที่ร้องไห้กับเรื่องไม่เป็นเรื่อง

                “ทั้งที่ควรเป็นผมแท้ๆ”

                แม่ของเขาเสียตั้งหลายปีก่อน จมน้ำที่ทะเลสาบขณะสอนเขาว่ายน้ำ ทั้งที่คนตายที่แท้จริงไม่ควรเป็นเธอ ทั้งที่เขาสามารถทำอะไรได้บ้าง แต่กลับกลายเป็นทำอะไรไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

                ไม่เลย....

                ทันใดนั้นเอง

                “แม่นายสละชีวิตเพื่อให้นายมานั่งโทษตัวเองหรือไง?” อีเกิ้ลขึ้น

                แก้วเซรามิกก็ถูกกระชากออกไป ฉับพลันร่างของไวท์ก็ถูกกระชากเข้าหาอย่างแรงขนาดที่เขาไม่ทันตั้งตัว ฝ่ามือหนากอบกุมใบหน้าไว้ไม่ให้หันหนีเพื่อให้อีกฝ่ายสบตากับตน พร้อมน้ำเสียงราบเรียบ

                “คิดบ้างไหมว่าฉันรู้สึกยังไงตอนนายบอกว่าอยากตาย”

                วินาทีนั้นเหมือนทุกอย่างหล่นวูบลงไป

                ไวท์กระพริบตาครั้งหนึ่ง เขาเห็นอีเกิ้ลสบตานิ่ง เมื่อกระพริบอีกครั้งก็ยังเป็นเช่นเดิม แต่ครั้งที่ สาม สี่นั้น ทัศนียภาพกลับพร่ามัว ก้อนสะอื้นเอ้ออยู่ภายในลำคอระหงส์ สมหายใจติดขัดเหมือนคนเป็นหวัด ไวท์เริ่มร้องไห้อีกครั้ง แต่คราวนี้มีปลายนิ้วอุ่นปาดน้ำตา

                “..เงียบน่า ชู่ว....”

                “ผมขอโทษ ผมขอโทษ ผม.. .อ...อึก.. ฮึก...”

                ใบหน้าเล็กซบกับอกแกร่งด้วยร่างกายสั่นเทิ้มราวกับจับไข้ อีเกิ้ลส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ ทว่าในเวลานี้นัยน์ตากลับไม่มีความแข็งกร้าวอยู่อีกแล้ว

                ระหว่างที่ลงไปอุ่นนมก็มีเวลาคิดอะไรเรื่อยเปื่อยบ้างเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเขากับไวท์ อีเกิ้ลคิดว่าตนให้เวลากับคนรักน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย ยิ่งกับการที่ไวท์เป็นคนคิดฟุ้งซ่าน เลยมีแรงผลักดันให้อีกฝ่ายนึกถึงเหตุการณ์ร้ายๆ เวลาอยู่ตัวคนเดียวหรือเกิดอาการน้อยใจโดยบังเอิญ ท่าทีก็เริ่มแสดงมาตั้งแต่ช่วงแรกๆ แล้ว ยิ่งตอนที่เขาดุก่อนลงมาก็ยิ่งแสดงให้เห็นชัด

                ไวท์ต้องการอีเกิ้ล...

                “อยู่บ้านคนเดียวตลอดคงเหงาสินะ”

                วงแขนแกร่งสวมกอดร่างเล็กอย่างอ่อนโยน

                “กินข้าวคนเดียว นอนก็นอนคนเดียว คิดดีๆ เวลาอยู่ด้วยกันก็น้อยลงทุกทีๆ... ถ้าเหงาก็น่าจะบอกกันหน่อยนี่?”

                “ก็..คุณ... ต้องทำงาน...”

                “...เอาแต่ใจตัวเองบ้างก็ได้ นายทนทุกอย่างไม่ไหวหรอกนะ”

                อีเกิ้ลปัดหน้าม้ารกนั่นออกไปและก้มลงจูบหน้าผากมนเบาๆ ก่อนจะนาบหน้าผากของตนเข้าด้วยกัน

                “ฉันจะจัดการตารางสักหน่อย หลังจากนั้นวันเสาร์กับอาทิตย์จะเป็นวันหยุด แล้วเราจะได้มีเวลาด้วยกัน โอเคไหม?”

                “....อื้ม”

                “น่ารักมาก”

                อีเกิ้ลว่าพลางยกมุมปากเพียงเล็กน้อย

                แต่เท่านั้นก็เกินพอแล้ว

                “อีเกิ้ล...”

                “ว่าไง?”

                “จูบผมหน่อยได้ไหม”

                น้ำเสียงอ้อมแอ้มดูขัดเขินเอ่ยขอ ทำให้อีเกิ้ลอดไม่ได้ที่จะทำตาม ริมฝีปากทั้งสองแตะกันเบาๆ ก่อนจะผละออก แต่ดูเหมือนไวท์จะไม่ชอบใจเท่าไหร่

                “อีกครั้ง...”

                คราวนี้คนทำแอบกรอกตาก่อนจะช้อนปลายลิ้นสัมผัสเพดานปากของร่างตรงหน้า ดุนดันให้รสสัมผัสจัดจ้านขึ้นจนถึงขีดสุดจึงผละออก เขาได้ยินเสียงหอบโยนดังเบาๆ และพบว่าเนื้อแก้มอีกฝ่ายแดงระเรื่อน่าเอ็นดู

                “ทำอีกสิ”

                “...”

                คืนนี้ไม่ต้องนอนมันแล้ว

                อีเกิ้ลคิดก่อนจะผลักไวท์ลงกับเตียง

 

 

                END…

//หลบเท้าคนอ่าน กร๊าก!!!!!!!!

 

edit @ 7 Mar 2014 23:12:11 by rike

Comment

Comment:

Tweet

อะไร!!!!! นี่ไม่เกี่ยวกับ bloddy love ใช่มะ 
แต่แบบอย่างงี้ก้ดีอยุ่นะ=.= หุหุหุหุุหุหุ
น่ารักจัง ยิ่งตอนจบเนี่ย!!! ฟุดๆๆๆ อิอิ

#5 By เบน (58.9.221.184) on 2013-11-10 23:15

ดวสวหาเดสวาดสวาหกสวดาดกสวาวดสว //ปารองเท้าใส่
มันค้างอ่ะ มันค้างงงงงง!!!ขอต่อหน่อยเถอะ555
ไวท์นางดูWANTมาก แต่อีเกิ้ลก็สนองเนอะ อิอิ คู่นี้น่ารักจุง

#4 By lazytime7 on 2013-10-02 14:01

เป็นฟิคสั้นๆ ไม่เกี่ยวกับ Bloody Love ค่ะ =w=;
เราอยากแต่งคู่นี้เจ๊ยๆ 555

#3 By rike on 2013-10-02 13:13

เดี๋ยวๆๆ สรุปนี่เป็นเรื่องจริงใช่มั้ยคะ กรี๊ดดดดดดดดดดดด *มโนเสร็จ*
เป็น prequel ก่อนน้องไวท์จะโดนอีหมูจับไปใช่ปะะะะ อีเกิ้ลเป็นแฟนอยู่ใ่ช่ป๊าววววววววววววว
หล่อออออออออออออออว์ สุดอะ!!!!
น้องไวท์ตอนอ้อนน่ารักมวากกกกกกกกกกกกก

#2 By KeeChan on 2013-10-02 11:14

Loading....-0-
เอ๋อกิน10วิ เฮ้ยยยยยยยยยยยยยย!!! นี่มันอะร๊ายยยย>,,.,<
ตกใจนึกว่าเนื้อเรื่องจริง(bloody love)คบกันซะอีก=..=
กดูคู่นี้ทีไรอบอุ่นใจทุกที อร๊ายยย ไม่ต้องนอนมันละคืนนี้

#1 By BunnySM (171.4.250.170) on 2013-09-30 17:58