[Fic Angry Bird] Bloody love ; 9

posted on 14 Sep 2013 14:18 by therike

ไวท์หายใจออกช้าๆ พร้อมกับไอขาวที่ออกจากปาก

 

คริสมาสต์แล้วสินะ...

 

ทั่วทั้งเมืองถูกปกคลุมด้วยหิมะขาว ย่านตลาดมีผู้คนคับคั่งซึ่งพากันซื้อวัตถุดิบเพื่อทำอาหารมื้อพิเศษฉลองเทศกาล พ่อค้าแม่ค้าเลยพากันขนเอาของที่ดีที่สุดมาประชันกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ที่หน้าร้านผักไวท์กระชับผ้าพันคอให้เข้าที่ ในมือมีถุงกระดาษอ้วนพีอยู่สองถุงสำหรับมื้อเย็น

 

ถึงแม้จะมีแต่เขาที่อยู่บ้านก็เถอะ

 

พอถึงช่วงวันหยุดแบบนี้แต่ละคนก็แยกย้ายกลับบ้านเกิดกัน แบล็กเองก็พึ่งเดินทางเมื่อไม่กี่สัปดาห์มานี่โดยให้เขาไปส่งตอนนั่งรถม้า ซึ่งเขาเป็นคนที่ช้ากว่าเพื่อนเพราะเอาแต่พะวงว่าไวท์จะอยู่คนเดียวไหวหรือเปล่า กว่าจะเกลี่ยกล่อมได้ก็ลำบากอยู่เหมือนกัน

 

ทั้งนี้เขาคงเดินทางไปหาพ่อไม่ได้ เพราะทางที่จะไปถูกหิมะทับหนาจัดจนเดินทางลำบากไปหมด คนในเมืองที่ต้องเดินทางทางนั้นก็บ่นอุบเป็นเสียงเดียวกัน แต่สำหรับไวท์จะเรียกว่าโชคดีหรือก็ไม่แน่ใจ

 

ยังไงพ่อกับเขาก็ไม่ลงรอยเท่าใด ขืนกลับไปรังแต่จะหาเรื่องทะเลาะให้เสียอารมณ์เปล่าๆ...

 

อีกทั้ง ‘เทรนเซอร์’ ก็ทำงานอยู่ที่เดียวกับพ่อด้วย...

 

ถ้าเกิดไปเจอเข้าคงปั้นหน้ายากแน่ๆ

 

“เฮ้ย... เสร็จแล้วก็ถอยสิ”

 

“เอ่อ อ่า ขอโทษครับ”

 

ไวท์เงยหน้าขึ้นก่อนจะชะงัก

 

นัยน์ตาสีน้ำตาลอันคุ้นเคยสบตากับเขาโดยบังเอิญ

 

“แกน่ะเอง..”

 

อีเกิ้ลเปรยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ขณะที่ชายหนุ่มทำหน้าเหมือนกำลังกลืนหินร้อนแล้วรีบหลบไปข้างๆ พร้อมผายมืออย่างเกรงๆ

 

“เชิญครับท่าน”

 

เจ้าตัวพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะกวาดสายตาตามแผงเงียบๆ โดยไม่ได้สนทนาอะไรต่อ ไวท์กระสับกระส่ายด้วยไม่รู้จะทำอย่างไรดี ถ้าเดินออกไปตอนนี้จะเสียมารยาทหรือเปล่านะ จะต้องชวนคุยไหม แบบนั้นจะดูถือดีไปไหม? คำถามจักรๆ วงๆ กระเด้งกระดอนไปมาในหัวไม่หยุดจนกระทั่งเสียงทุ้มทักขึ้น

 

“เฮ่ย เกร็งไปแล้วไวท์ ฉันไม่ได้จะทำอะไรสักหน่อย ดูทำหน้าตาเข้า”

 

“ขออภัยครับ...”

 

“ไม่ต้องทางการขนาดนั้น เราไม่ได้อยู่ในที่ทำงานเพราะงั้นฉันไม่ว่าอะไรหรอก”

 

อีเกิ้ลไม่ได้หันมามองตอนพูดเพราะกำลังจ่ายเงินให้คนชายอยู่

 

“ไม่กลับบ้านหรือไง?”

 

“ไม่ครับ.. พอดีหิมะทับถมถนนหนามากเลยเดินทางไม่ได้”

 

“อ๋อ.. แสดงว่ามาจากทางตะวันตกสินะ?”

 

“ครับ... มีผมอยู่คนเดียวที่ไม่ได้กลับ”

 

ไวท์เม้มริมฝีปากแห้งแตกเล็กน้อยพลางก้มหน้าเงียบๆ เนื้อแก้มขาวตอนนี้กลายเป็นสีแดงเพราะความหนาว ทันใดนั้นหางตาก็สังเกตว่าหัวหน้าของตนย้ายมายืนข้างๆ และออกปากเสนอ

 

“ไปหาร้านอุ่นๆ นั่งคุยกันหน่อยไหม? ...ถ้าไม่รังเกียจ”

 

โดนหัวหน้าตัวเองชวน... ใครจะไปกล้ารังเกียจ 

 

ไวท์ยิ้มแห้งพลางเดินตามแผ่นหลังกว้างซึ่งทับด้วยเสื้อโค้ทหนาอยู่ต้อยๆ โดยไม่ออกความเห็นอะไรนักปล่อยให้อีกฝ่ายเดินนำไป ครู่ต่อมาทั้งสองก็มาหยุดอยู่ที่ร้านกาแฟซึ่งมีผู้คนนั่งอยู่เต็มเกือบทุกโต๊ะด้วยคงจะหนีหนาวมาหาอะไรอุ่นๆดื่ม กลิ่นเมล็ดกาแฟคั่วหอมกรุ่นคละตามไอสีขาวขุ่นช่วยให้ความตึงเครียดของไวท์ผ่อนคลายลง อีเกิ้ลเดินพาไปที่โต๊ะว่างที่สำหรับสองที่ด้านใน ครู่ต่อมาก็มีเด็กสาวผมเปียตัวน้อยเดินมาทางพวกเขาพร้อมกระดาษและดินสอทู่ๆ ในมือ

 

“รับอะไรดีคะ”

 

“กาแฟดำสองที่”

 

อีเกิ้ลพูดขึ้นทันที

 

พอโดนยัดเยียดกระทันหันไวท์ก็หันไปมองอีกคนด้วยไม่รู้จะพูดอะไร แต่พอเห็นว่าคนรับรายการทำท่าจะเดินหนีก็รีบโพล่งการใหญ่

 

“ขอนมด้วยนะครับ”

 

“ค่ะ”

 

เธอพยักหน้ารับคำก่อนจะเดินเร็วๆ หายไปในขณะที่อีเกิ้ลเลิกคิ้ว

 

“ไม่ชอบแบบเข้มๆ หรือไง”

 

“ไม่ครับ.. ผมชอบรสอ่อนๆ มากกว่า”

 

ไวท์ถูมือเข้าด้วยกันและพึ่งสังเกตว่าอีกฝ่ายสวมถุงมือหนังสีดำสนิทขับให้ดูน่าเกรงขามสมตำแหน่งผู้บังคับบัญชา ผิดแค่ตอนนี้เจ้าตัวไม่ได้สวมเครื่องแบบเต็มยศแต่เปลี่ยนเป็นเสื้อกันหนาวธรรมดาๆ เท่านั้น

 

ไม่นานนักถ้วยกาแฟก็ถูกวางลงพร้อมกับเหยือกนมทำจากกระเบื้อง ไวท์รินนมใส่อย่างระมัดระวางพลางใช้ช้อนคนช้าๆ และยกขึ้นจิบ แต่พอลิ้นสัมผัสถึงความขมเข้มสมเป็นกาแฟดำเจ้าตัวก็รีบเติมนมใส่เข้าไปอีกแบบไม่ต้องคิด ทำเอาฝ่ายตรงข้ามอดหัวเราะไม่ได้

 

“หึ หึ.. ขมมากเลยเหรอ?”

 

พอโดนถามแบบนั้นแก้มของเขาก็ขึ้นสีจัดกว่าเดิมแล้วค่อยๆ วางเหยือกนมลงเงียบๆ ด้วยความเคอะเขินพลางคนกาแฟอยู่เงียบๆ

 

“เอ้า ช่วยได้หรือเปล่าไม่รู้ น่าจะได้มั้ง”

 

คนพูดคีบเอาน้ำตาลก้อนใส่ให้พร้อมรอยยิ้มบางซึ่งเห็นได้ไม่บ่อยนัก ทำให้มันค่อนข้างแปลกตาสำหรับไวท์เขาเลยได้แต่กระพริบตาปริบๆ ก่อนจะหลุดบอกออกไป

 

“คุณ.. ยิ้มแล้วดูดีนะครับ อ่ะ! เอ่อ..”

 

คนถูกชมเงยหน้ามองด้วยสีหน้าเรียบเฉย แม้รอยยิ้มจะหายไปแล้วแต่ก็ไม่ได้ทำท่าโกรธอะไร

 

“งั้นเหรอ? แกคิดว่าฉันยิ้มไม่เป็นมาก่อนสินะ”

 

“ไม่ใช่แบบนั้นครับ”

 

“เอาเถอะ ถือว่าเปิดโลกทัศน์ใหม่แล้วกัน”

 

อีเกิ้ลว่าพลางยกกาแฟขึ้นจิบ ไวท์ทำเช่นเดียวกันด้วยไม่รู้จะคุยอะไรต่อ และพบว่ากาแฟรสอ่อนลงบ้างแล้ว

 

“ดีขึ้นใช่มั้ย”

 

“ครับ ก็ไม่ขมจัดแบบตอนแรก”

 

“...รู้มั้ย บางครั้งฉันก็คิดว่านิสัยแกเหมือนผู้หญิงชะมัด”

 

“ผมก็ไม่รู้จะเปลี่ยนนิสัยยังไงให้เหมือนผู้ชายเหมือนกัน”

 

“เริ่มจากกินกาแฟโดยไม่ใส่นมสิ”

 

“แบบนั้นฆ่ากันดีกว่าครับ”

 

ไวท์ส่ายไปมาพลางอย่างอ่อนใจแล้วยกถ้วยกาแฟขึ้น จังหวะนั้นเองที่ผ้าพันคอเลื่อนออกเผยให้ชายตรงข้ามเห็นรอยสีขาวจางคล้ายแผลเป็นปรากฏอยู่ชั่วขณะหนึ่ง แต่เขายังคงคุมสีหน้าเรียบนิ่งเช่นเดิมก่อนจะพูดขึ้น

 

“ไปหาหมอตามสั่งหรือเปล่า”

 

ร่างบางชะงักกึก รู้สึกเหมือนหัวใจหล่นไปกองอยู่ที่ข้อเท้า

 

ทำไมจู่ๆ ถึงได้...

 

“...ครับ...”

 

“สบายใจขึ้นบ้างหรือเปล่า”

 

“ในระดับหนึ่ง... ถึงจะไม่ทั้งหมดแต่อย่างน้อยผมก็นอนได้เต็มตาขึ้นมากเลยล่ะ”

 

ไวท์คลี่ยิ้มบางพลางหัวเราะออกมา ทว่าฝ่ามือเผลอกำผ้าพันคอแน่นเสียจนเห็นเส้นเลือด

 

“เจอหมอนั่นไหม”

 

“หมอนั่น?”

 

“โจนาธาน เกรย์” อีเกิ้ลประสานมือเข้าด้วยกันพร้อมทั้งสบตานิ่ง “หัวหน้าทหารของพวกนั้น”

 

เกิดความเงียบชั่วอึดใจ ไวท์พยายามก้มหน้าต่ำลงทว่าฝ่ามือยังคงไม่ผละจากผ้าพันคอ รอยยิ้มเริ่มเลือนจากใบหน้า ภาพในสมองสะท้อนนัยน์ตาสีเขียวเด่นชัดอีกครั้งราวกับถูกฉายขึ้นใหม่

 

อีกแล้ว... หมอนั่นอีกแล้ว...

 

“ครับ...”

 

ไวท์รับด้วยน้ำเสียงเบาหวิว

 

“พบ... ครับ...”

 

อีเกิ้ลยังคงสงบนิ่งอย่างเก่า ชั่วอึดใจทีนัยน์ตาคู่สวยเปรยขึ้นสบด้วยไม่กี่วินาทีก่อนผละออกไป เขารับรู้ได้ถึงความหวาดกลัวที่เอ่อล้นอย่างคุมไม่อยู่ ต่อให้ส่งหาจิตแพทย์สักกี่คนก็คงยากต่อการเยียวยา เพราะทุกอย่างดูเหมือนจะถูกฝังลึกลงไป สิ่งเดียวที่จะรักษาได้ก็คงเป็นเวลา...

 

ฤดูใบไม้ผลินี้ สุกรจะเดินทางมาเพื่อทำสัญญาหย่าศึกและร่วมไมตรีต่อกัน โจนาธาน เกรย์ซึ่งยศใหญ่พ่วงด้วยเป็นคนสนิทของราชาอย่างไรคงได้พบกันแน่ๆ ถึงตอนนั้นไวท์จะไม่สติแตกไปเลยหรือ? จะใช่ชีวิตยังไงทั้งที่มีฝันร้ายอยู่ข้างๆ แล้วหมอนั่นล่ะ ถึงตอนนี้จะไม่รู้ว่าช่วงสองเดือนทำอะไรไว้แต่ดูจากสภาพเหยื่อตอนนี้ก็รู้ โจนาธานจะทำอะไรไวท์อีกหรือเปล่าถ้าเจอกัน?

 

...อีเกิ้ลฉุกคิดขึ้นได้ในวินาทีต่อมาว่าเขาเริ่มฟุ้งซ่ายเสียเอง จึงลุกขึ้นไปจ่ายเงินและกลับมาที่โต๊ะ

 

“ฟังนะ”

 

ฝ่ามือหนาตบโต๊ะเบาๆ เพื่อเสียงสติอีกฝ่ายให้กลับคืนมา ไวท์ที่ก้มหน้าอยู่จึงเงยหน้ามองด้วยความสับสน

 

“ถ้าไอ้เวรนั่นจะทำอะไร ‘นาย’ อีก ฉันจะเตะก้นมันเอง”

 

‘นาย’ เป็นคำแทนตัวใหม่ของไวท์ซึ่งอีเกิ้ลพูดขึ้นอย่างไม่รู้ตัว

 

แสดงให้เห็นถึงสถานะที่ดูจะขยับขึ้นมาจาก ‘ลูกน้อง’ มานิดหน่อย

 

ทั้งนี้ ประโยคนั้นก็ทำให้ไวท์เลิกทำหน้าเครียดได้ พร้อมทั้งเนื้อแก้มที่ขึ้นสีจัดกว่าเก่า

 

“ขะ เข้าใจแล้ว ขอบคุณครับ”

 

“ตามมาเร็ว ถ้าปลาซาดีนหมดล่ะก็ฉันจะโทษนาย”

 

“ซาดีน?...”

 

อีเกิ้ลซึ่งก้าวฉับๆ กันกลับมาตอบ

 

“คืนนี้นายไปค้างบ้านฉันสิ น้องไม่อยู่ไม่ใช่เหรอ”

 

ไวท์กระพริบตาถี่ๆ และรีบวิ่งตามร่างสูงออกไป

 

โดนมัดมือชกอีกแล้วเรา 

 

 

 

 

 

ภายในห้องครัว อีเกิ้ลกำลังล้างจานเหลียวหลังมองโซฟายาวเป็นระยะ

 

พอเห็นว่าร่างที่คุ้นเคยไม่อยู่ตรงนั้น เจ้าของบ้านก็กุลีกุจอปิดก๊อกน้ำเดินมาสำรวจก่อนจะพบว่าเจ้าตัวหนุนหมอนคลุมโปงหลับปุ๋ยไปเรียบร้อยแล้ว

 

เฮ้อ เจ้าบ้าเอ้ย ตกใจหมด

 

กินอิ่มนอนหลับเหมือนเด็กๆ เลยนะ

 

ตอนมาถึงทั้งสองจัดของตกลงจะทำเมนูง่ายๆ กันโดยไวท์ฝ่ายเป็นอาสาด้วยตัวเองโดยให้เหตุผลว่าเป็นการขอบคุณที่อีกฝ่ายชวนมาพักผ่อน อีเกิ้ลเลยไม่ค้านอะไรแล้วแยกตัวไปเอาหมอนกับผ้าห่มบนห้องมาวางบนโซฟายาวหน้าเตาผิง เพราะเดิมทีบ้านนี้ก็มีแต่เขาที่อยู่คนเดียว ในห้องนอนก็ไม่ได้กว้างขวางแค่อยู่คนเดียวก็ขยับตัวลำบากแล้ว หลังจากรอไม่นานสตูง่ายๆ สำหรับสองที่ก็ถูกเสิร์ฟ(ปลาซาดีนที่ซื้อมาโดนลืมโดยสิ้นเชิง)

 

บนโต๊ะอาหารไวท์ดูผ่อนคลายและไม่เกร็งเหมือนเมื่อกลางวัน ฝีมือการทำอาหารเองก็อร่อยจนตัวเขาเองก็เผลอชมไปเหมือนกัน

 

ชายหนุ่มร่นผ้าห่มลงไม่ให้คลุมหน้าด้วยกลัวอีกฝ่ายจะหายใจไม่ออก แต่ก็ยังมองตรงหน้าอกด้านซ้ายด้วยความแคลงใจ

 

เขาเลื่อนมือไปปลดกระดุมออกและใช้นิ้วเกลี่ยดู วินาทีนั้นเองที่นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มประกายด้วยความโกรธ

 

ไอ้เวรนั่น

 

ชายหนุ่มสูดหายใจลึกก่อนจะจัดเสื้ออีกฝ่ายกลับเข้าที่ หลังมือเลื่อนลงสัมผัสเนื้อแก้มเย็นเฉียบ ปลายนิ้วเลื่อนแทรกตามไรผมนุ่มโดยไม่ละสายตาไปใบหน้าของไวท์

 

วินาทีต่อมา ริมฝีปากของอีเกิ้ลประทับลงบนหน้าผากมนพร้อมทอดถอนอย่างอ้อยอิ่ง ทำเพียงเท่านั้นเขาก็กลับขึ้นไปนอนบนห้องของตนและปล่อยให้บ้านทั้งหลังตกอยู่ในความมืด

 

ครู่เดียวกันที่สิ้นเสียงปิดประตู ไวท์ลืมตาโพล่งด้วยความตื่นตะลึงพลางแตะส่วนที่ถูกจูบ

 

มันอะไรอีกเนี่ย 

 

คืนนั้นเอง นกสีขาวก็ได้แต่กระสับกระส่ายทั้งคืน

 

 

 

 

 

-----

 

 

ฮิ้วววววววววว ฮิ้ววววววววววววววววววววววว

 

นกขาวของเราเนื้อหอมเสียนี่กระไร ได้หมดทั้งหมูทั้งนก บร๊ะ เกิดศึกชิงนาง(นาย)ในเร็ววันแน่นอน!

 

สลีป : ฉันเป็นพระเอกนะเว้ย!!

 

//ทำเป็นไม่ได้ยิน

 

ในที่สุดก็จะถึงช่วงปิดเทอมแล้วนะคะ ผู้อ่านคงคิดใช่ไหมว่าคนแต่่งจะอัพเร็วขึ้น... ผิดถนัดค่ะ!! ปิดเทอมคนแต่งต้องเรียนพิเศษ ปั่นนิยายขายงานคอมิคคอเวนิลที่จะถึง(ซึ่งจะมีคนซื้อหรือเปล่าก็ไม่รุ้ แงงง...)

 

เอาเป็นว่าขอโฆษณานิดนุงว่าเป็นฟิค attack on titan คู่ที่เขียนคือ เอลวิน กับ เฮย์โจว เอ้ย! รีไวล์ซัง (พอดีเป็นสายรีเคะ ^p^!!! อุอิ) ถ้าหน้าปกเสร็จยังไงจะเอามาโปรยให้ได้ชมกันนะคะ(ทั้งในเพจและในบล๊อค)

 

สำหรับคนที่ยังไม่ได้กดไลค์เพจเราแปะกล่องเพจไว้ให้แล้วทางด้านขวา ยังไงอยากรับข่าวสารหรือเม้าท์ก็สามารถโพสมาได้เลยน้อ ฮา

 

ปล เม้นเล็กน้อยเป็นกำลังใจให้คนเขียนเบาๆ จะได้รู้ว่ามีนักอ่านซุ่ม เอ้ย! ยังอ่านอยู่ ฮา~ //เบลอไป

edit @ 14 Sep 2013 20:34:49 by rike

edit @ 16 Sep 2013 21:47:05 by rike

edit @ 7 Mar 2014 23:12:02 by rike

Comment

Comment:

Tweet

อ๊ากกก อีเกิ้ลมาจากไหน กลับไปทางนั้นเลย5555 
ถึงจะน่ารักขึ้นก้เหอะ แต่สลีปเค้าล่ะๆๆๆๆๆ T^T
ไม่ได้นะ เค้าไม่ยอม5555

#8 By เบน (58.9.221.184) on 2013-11-10 22:43

กรี๊ดดดดดดดดดด อีเกิ้ลก็ใช่ สลีปก็ชอบ 
ขอสองเลยได้ไหมมมมมมมมมมมมม? 555
แหม่ ไวท์เนื้อหอมจังนะสาวน้อย  ศึกชิงนาง ~

#7 By จุ๊จุ๊จุ๊ (223.205.190.165) on 2013-10-05 02:34

เมื่อไหร่สองคนนี้จะได้เจอกันอีกกกกกกก อยากให้เจอกันแล้ววว >,<
สลีปรีบมาแก้ตัวเร็วๆเลยย ไวท์เขากลัวนายแล้วนะเว้ยยย
เดี๋ยวโดนแย่งไม่รู้ด้วยยย  มาอัพเร็วๆน้าาา รออยู่

#6 By asdf (223.206.35.252) on 2013-09-24 14:27

อีเกิ้ลคะ ถ้าจะหล่อขนาดนี้เป็นพระเอกไปเลยค่ะ เชิญ!! ให้อีสลีปอยู่กับราชาไป ><ชอบคู่นี้

#5 By lazytime7 on 2013-09-17 19:00

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ศึกชิงนายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย งานนี้สนุกแน่ค่ะ แฮ่กกกกกกกกกกก อีเกิ้ลออกจะอ่อนโยนเสียอย่างนี้ สลีปจะทำยังไงกันนน
แม้ว่าอีเกิ้ลจะนุ่นนวลปานฉะนี้ก็ตาม แต่เราขอเชียร์หมูSMต่อไปค่ะ อยากเห็นฉากตบจูบ /ผิดดดด

#4 By Se.ChoU on 2013-09-16 12:23

เดี๋ยว เดี๋ยวนะคะ...
/เพิ่งเปิดเจอค่ะ อ่าน 9 ตอนรวดดดดด
พี่อีเกิ้ลทำคะแนนได้หล่อมากอ่าาาาาาาาาาาาาา
สลีป ฉันว่านายตกกระป๋องแล้วล่ะ
สงสารไวท์ โฮวววว จิตใจและร่างกายบอบช้ำ ให้พี่อีเกิ้ลรักษาให้หายนะคะ เดาว่าตอนต่อไปที่เจอสลีปไวท์คงทำใจไมไ่ด้จนแทบเป็นลม แล้วพี่อีเกิ้ลต้องโผล่มาช่วยแน่เร้ยยย ฮิๆๆquestion

#3 By KeeChan on 2013-09-16 10:51

มาแล้วตอน9อบอุ่นหัวใจ -..-
ใจชักเอนมาหาป๋าอีเกิ้ลแล้วอ่า อบอุ่นอะไรอย่างเนนน้
//ไม่นะ..ต้องหมูเขียวsmสิ !!
รออ่านตอนต่อไปนะคะ แอบลุ้นไวท์เจอสลีปอยู่อุอิcry

#2 By BunnySM (171.4.251.217) on 2013-09-15 01:01

อร๊าคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคค
ตอนนี้แบบว่า ตาย..
อีเกิ้ลดูอ่อนโยนมากๆเลย
เชียร์ให้เป็นพระเอกแทนได้ไหม.. #สาบานว่าพุดจากใจจริง #เดี๋ยวไลค์เตะ
โอ๊ะ เพิ่งเห็นว่าจะลงฟิคในงานคอมิคอเวนิวส์ด้วย  .. เรารอชมหน้าปกอยู่นะ #เชียร์เอรีมากกว่านะถ้ารีเคะ ...แต่เออร์วินก็ชอบ เป็นไปได้จะรอดูเรื่องย่อก่อน

#1 By sora on 2013-09-14 20:42