[Fic Angry Bird] Bloody love ; 7

posted on 23 Aug 2013 23:52 by therike

แม้ด้านนอกจะเริ่มมีลมหนาวพัดผ่านมาบ้างแล้ว แต่บรรยากาศในห้องประชุมนั้นกลับเดือดผลาญราวกับสนามรบ เสียงโต้เถียงยังคงดังผ่านประตูมาเรื่อยๆ เป็นระยะจนน่ากลัวว่าผลการประชุมจะออกมาได้ดีอย่างที่คิด

เด็กหนุ่มผมแดงเดินเป็นวงอย่างร้อนรนอยู่ด้านล่าง โดยมีพี่น้องอีกสี่ชีวิตนั่งรอด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก

 

“นายว่าเขาจะโดนปลดหรือเปล่า” บลูเอ่ยถามขึ้นจากเก้าอี้ริมสุด

 

“ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดีสิ!” เรดพูดเสียงดังจนเกือบตะโกน “พี่น่ะรับงานหนักกว่ามือแต่แรกอยู่แล้ว แต่หมอนั่นก็ยังให้เขาไป! เชื่อเลย!!”

 

“มานั่งเถอะน่า นายทำตัวรบกวนชาวบ้านเขา”

 

แบล็กขมวดคิ้วแล้วพูดเสียงต่ำอย่างใจเย็น ทว่าคนน้องก็ไม่ฟัง ยังคงเดินไปมาเป็นหนูถีบจักรอยู่อย่างนั้น

 

ภายในห้องประชุม ไวท์นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะขณะที่อีเกิ้ลนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ทั้งฝั่งซ้ายขวามีเหล่านกส่งเสียงเถียงกันไปมาอย่างดุเดือดเกี่ยวกับแผนการล้มเหลวของโจทก์ ไวท์แอบเงยขึ้นเล็กน้อย แต่ทันทีที่สบตากับนัยน์ตาแข็งกร้าวก็รีบเลื่อนสายตาลงพลางกระชับคอเสื้อเพื่อปกปิดรอยจ้ำแดงไว้

 

นัยน์ตาของอีเกิ้ลอ่อนลงขณะมองไปยังร่างที่ห่อไหล่บนเก้าอี้ ใบหน้าซีดเผือดกับหยาดเหงื่อตรงขมับบอกได้ถึงความตึงเครียดของอีกฝ่ายอย่างดี

 

“แกน่ะอ่อนโยนเกินกว่าจะทำงานพวกนี้” คนพูดเว้นช่วงครู่หนึ่ง “เผื่อจะนึกอะไรได้กับความล้มเหลวนี่ ฉันคิดว่าอาทิตย์หนึ่งคงจะเพียงพอสำหรับการพักผ่อน เลิกการประชุม”

 

ร่างโปร่งลุกขึ้นก่อนจะก้าวออกจากห้องประชุมทันทีทำให้เสียงการโต้แย้งค่อยๆ ซาลง ตามด้วยผู้ร่วมประชุมคนอื่นที่ทยอยออกไปทีละคนโดยมีไวท์ตามออกไปเป็นคนสุดท้าย

 

เขาเกลียดการประชุมที่สุด

 

เพราะไม่รู้ว่าไม่ทำให้ใครแค้นเอา แต่ดูเหมือนคนในสำนักงานจะเกลียดเขาเข้ากระดูกดำจากการที่ต่อปากต่อคำกับอีเกิ้ลซึ่งเป็นคนใหญ่คนโตของสำนักงานตำรวจ ไวท์คิดมาตลอดว่างานนี้ไม่เหมาะกับตนเองแต่ก็พยายามทำมันอย่างเต็มที่ ดีที่สุดคือการสรุปงานและจัดเอกสาร แย่ที่สุดคือภาคปฏิบัติ เมื่อมองย้อกลับไปแล้วเขาแทบไม่มีกำลังตอบโต้ทั้งสลีปหรือใครก็แล้วแต่ เหมือนว่าวิชาป้องกันตัวที่เรียนไปละลายไปกับความหวาดกลัวเอ่อล้น...

 

เมื่อภาพดวงตามรกตวาวโรจน์ถูกฉายขึ้น ทิวทัศน์ตรงหน้าก็เหมือนว่าถูกกลับหัว เลือดทั้งหมดพลันเลือนจากพวงแก้ม ศีษระเริ่มปวดหน่วงขึ้นจนไม่สามารถคุมร่างอยู่ขณะก้าวลงบันไดมาชั้นล่างจนต้องจับกำแพงมาตลอดทาง

 

“พี่!!”

 

เรดถลาเข้ามาด้วยความตกใจ ก่อนจะช่วยประคองร่างสั่นเทาไม่ให้เสียหลัก

 

ทันทีที่เห็นคนของครอบครัวซึ่งมากันพร้อมหน้า ลำคอบางก็รู้สึกติดขัดและไม่สามารถพูดอะไรออกไป ไวท์กระชับกอดร่างน้องชายของตนด้วยความตื้นตันก่อนจะซบหน้าลงบนบ่าราวกับว่าถูกบีบหัวใจแหลกสลาย ฝ่ามืออุ่นอีกหลายคู่เอื้อมจับมือเย็นเฉียบของเขาแน่นและหวาดกลัวว่านกสีขาวจะจากพวกเขาไปอีก

 

“เรด.... กลับบ้านกัน..”

 

 

บ้านขนาดกลางตั้งในทิศตะวันตกของเมืองมีแสงไฟสีส้มลอดผ่านหน้าต่างออกมา ทว่าไม่มีเสียงพูดคุยเจี๊ยวจ๊าวแบบทุกครั้งที่มันควรจะเป็น

 

ทุกคนคิดว่าไวท์ต้องการพักผ่อนจึงพยายามไม่ทำเสียงดังขณะที่เยลโล่พยายามทำอาหารง่ายๆ ในครัว ถึงฝีมือจะธรรมดาติดดินแต่ข้าวโอ๊ตนมสดก็ทำให้ไวท์รู้สึกอุ่นขึ้นมาบ้าง มื้อเย็นผ่านไปอย่างเงียบเชียบนั้นมีไม่บ่อยนักในบ้านหลังนี้ อาจเพราะพี่ของพวกเขาดูเหนื่อยอ่อนเกินกว่าจะมาช่วยจัดการปัญหาเล็กๆ น้อยๆ จึงไม่มีใครออกปากโต้เถียงสักคำ

 

เมื่อถึงห้องนอน ไวท์ยืนมองข้าวของในห้องราวกับพึ่งย้ายมาอยู่ใหม่ ถึงจะเป็นแค่ห้องนอนมืดแคบๆ ก็อดคิดถึงไม่ได้ เขานั่งลงบนเตียงก่อนจะดึงลิ้นชักข้างหัวเตียงออกมา หยิบบันทึกปกหนังสีน้ำตาลออกมาปัดฝุ่นเล็กน้อยและเปิดหน้าที่ถูกพับมุมไว้

 

‘ลูกของฉันจะเป็นคนที่แข็งแรงและเข้มแข็งแน่นอน ฉันเองก็จะพยายามเหมือนกัน’

 

มันเป็นหนึ่งในประโยคที่เขาชอบที่สุดเวลาอ่านบันทึกของผู้หญิงคนนี้

 

ไวท์มองข้อความหมึกพลางหัวเราะบางเบา...

 

เขาไม่มีวันเข้มแข็ง

 

ถ้าแม่ยังอยู่คงจะผิดหวังเป็นแน่

 

เมื่อคิดถึงตรงหน้าไวท์ก็วางมันข้างตัวก่อนจะถอดเสื้อออก โชคร้ายที่ตู้เสื้อผ้ามีกระจกติดไว้ทำให้มันสะท้อนถึงรอยแผลบนอกซ้ายซึ่งไวท์คิดว่ามันควรจะจางไปแล้ว

 

F*CK ME

 

ดวงตาของเขาเบิกกว้างก่อนจะมองที่อกด้านซ้ายของตน พยายามนึกย้อนถึงเหตุการณ์ครั้งสุดท้ายที่เกิดขึ้น

 

ใบหน้าคมฝังลงบนซอกคอระหงส์และพรมจูบลงจรดที่อกซ้ายก่อนจะตีหน้าเศร้าเมื่อหยุดชื่นชม แผลวันนั้นเริ่มจางหายเสียจนไม่เหลือเค้าเดิมสร้างความผิดหวังไม่น้อย นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะได้กอดรัดนกสีขาวตัวนี้ให้แน่นจนจะปล่อยไปจึงอยากให้มันจดจำว่าตรงนี้เคยมีสัญลักษณ์อะไรไว้ เมื่อนึกได้แบบนั้นมีดเล่มเดิมก็ถูกหยิบยกมาใช้ เมื่อแสงวาววับสะท้องนัยน์ตาไวท์ก็กรีดร้องอย่างเสียขวัญและเริ่มขัดขืนเหมือนครั้งแรกไม่มีผิด สลีปจึงยอมถอนกายออกแม้เวลานี้จะใกล้เสร็จเต็มทนพร้อมทั้งเลื่อนกายขึ้นทับแน่นอกบางที่กระเพื่อมแรงด้วยความตระหนก ฝ่ามือแกร่งกดไหล่ร่างข้างใต้แน่นเพื่อไม่อยากให้รอยที่จะกรีดเสียรูป

 

เมื่อปลายมีดกดลงซ้ำรอยเดิม ริมฝีปากของทหารหนุ่มก็ยิ้มแสยะด้วยความลุ่มหลง เป็นภาพที่ย้อนวกวนในสมองมาจนตอนนี้

 

“ไม่...”

 

พลันริมฝีปากเริ่มเม้มเป็นเส้นตรง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

 

ก๊อก ก๊อก

 

“พี่ ผมเอาเสื้อมาให้”

 

“ระ รอก่อนนะ”

 

ไวท์ติดกระดุมขึ้นถึงคอปกก่อนจะเดินไปเปิดประตู แบล็กอยู่ตรงนั้นพร้อมกับเสื้อผ้าใหม่เอี่ยม มีกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มอยู่จางๆ

 

“ไวท์... พี่หน้าซีดๆ นะ โอเคหรือเปล่า?”

 

แบล็กลูบใบหน้าอีกฝ่ายด้วยความห่วงใย ความอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาทำให้อีกฝ่ายแนบใบหน้าลงอย่างเงียบเชียบด้วยความเหนื่อยอ่อน

 

“เอาเสื้อของพี่ไปทิ้งหน่อยนะ”

 

“หา? จะดีเหรอ”

 

“...ขอร้องล่ะ พี่แค่ไม่อยากเห็นมันอีก”

 

ไวท์รับเสื้อผ้าชุดใหม่ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำโดยไม่ทันมองว่าแบล็กตามมาด้านหลังด้วยสีหน้าตั้งคำถาม วินาทีที่เสื้อเชิ้ตตัวเก่าถูกถอดออก รอยแผลหยาบกระด้างปรากฏสู่สายตา ชายหนุ่มกระตุกราวกับถูกไฟช๊อตและเข้าไปกระชากพี่ของตนให้หันหน้ามาหา ก่อนจะพูดเสียงต่ำดุ

 

“นี่มันบ้าอะไร...”

 

“..บ....แ..บ”

 

ไวท์พยายามพูด แต่ก้อนบางอย่างจุกอยู่ที่คอ รู้สึกได้ถึงแรงที่เพิ่มมากขึ้นของน้องชายตน

 

“ใครทำอะไร... ไอ้เวรที่ไหนทำแบบนี้....”

 

“แ...ล็ค.... ฉ...เจ็บ...”

 

“ตอบผมมา!!!”

 

หยดน้ำตาร่วงเผลาะจากหัวตา ไวท์ทรุดตัวปิดใบหน้ากับพื้นห้องน้ำแล้วร้องไห้หนักด้วยความเจ็บปวด กว่าแบล็กจะรู้ว่าตัวเองได้ทำอะไรลงไปร่างอันอิดโรยก็อ่อนยวบและสลบลง

edit @ 3 Nov 2013 18:24:50 by rike

Comment

Comment:

Tweet

ตบสลีปรัววววววว /นางนี่มันซาดิสต์จริงๆ
งอนสลีป T_T นกน้อยต้องเสียใจเพราะแก!
แกกกก ไอ้หมูบ้า โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ

#4 By จุ๊จุ๊จุ๊ (223.205.190.165) on 2013-10-05 02:23

ตอนนี้มันเศร้า ำวท์จะถูกลงโทษอะไรอีกมั้ยเนี่ย
สลีปอ่ะ เกือบจะเศร้าตามแกละนะ ดันจำตัวเหมือนโรคจิตอีก
รออยุ่น้าา

#3 By momoka (61.90.72.56) on 2013-08-30 13:03

 แงงงง สงสารไวท์อ่า รีบเเต่งต่อนะคับกำลังสนุกได้ที่เลยอ่ะ

#2 By shirokuma (202.29.54.58) on 2013-08-26 12:36

ตอนนี้กินมาม่าจนท้องอืด55 ถ้าไวท์จะเศร้าขนาดนั้น อีสลีปแกมันชั่ว /ทุบตี

#1 By lazytime7 on 2013-08-24 08:23