[Fic Angry Bird] Bloody love ; 6

posted on 22 Aug 2013 01:20 by therike

นักอ่านเงาคนไหนซุ่มอยู่แสดงตัวกันเบาๆ นะคะ ^^; ทางนี้ไม่มั่นใจว่ามีคนยังตามอ่านอยู่เหมือนกัน T^T <3

 

-----

 

 

                นายทหารก้าวเข้ามาในห้องบรรทมหรูของราชาด้วยดวงตาปรือพร่าราวกับจะล้มหลับลงได้ทุกเมื่อ นัยน์ตาสีเขียวแดงริ้วด้วยเส้นเลือดเล็กๆ ไม่ต่างจากซอมบี้ แต่ด้วยอยู่ต่อหน้าราชวงศ์แล้วสลีปก็ยอมฝืนใจยืนตัวตรงขึ้นมาเมื่อเห็นใบหน้าบึ้งตึงของราชา

 

“ฝ่าบาทเรียกกระหม่อมมามีธุระ...”

 

“เงียบนะ”

 

เพียงคำสั่งเรียบเฉยคำเดียว คนที่พูดอยู่ก็หุบปากฉับเหมือนกดสวิตซ์ ต่อหน้าลูกน้องจะสั่งให้มันวิดพื้นห้าร้อยรอบก็ทำได้ แต่กับราชาเหนือหัวแล้วขัดใจแม้แต่ปลายเล็บอาจโดนขังลืมตายในคุกใต้ดิน ไม่เว้นกระทั่งคนสนิทแบบเขา ยิ่งพออีกฝ่ายมีท่าทางฉุนเฉียวแล้วขนาดเขาเองยังดำไม่ถูกว่าจะโดนสั่งให้ทำอะไร

 

เด็กหนุ่มหรี่ตาลงน้อยๆ ก่อนจะกระดิกนิ้วเรียก สลีปเดินเข้าไปอย่างเสียไม่ได้แต่ยังคงเว้นระยะห่างไว้พอสมควร แผ่นหลังกว้างยืดตรงในท่าระเบียบพักและดวงตาคมที่มองคู่สนทนาหนักแน่นสมกับที่ได้รับการฝึกมา

 

“เจ้านกนั่นใกล้เป็นบ้าหรือยัง”

 

“เล็กน้อยฝ่าบาท ตอนนี้กระหม่อมช่วยให้ดีขึ้นแล้ว”

 

ราชาลอบกัดริมฝีปากขุ่นขวางในโทสะในขณะที่ทหารตรงหน้ายังมีสีหน้าเรียบนิ่งอย่างน่าโมโห

 

“งั้นเหรอ นายน่าจะจัดการให้ตายๆ ไปซะให้หมดเรื่อง ยังไงหมอนั่นก็อยากตายอยู่แล้ว”

 

“ตอนนี้ไวท์ร้องงอแงอยากจะกลับบ้านมากกว่า กระหม่อมเขียนรายงานให้พระองค์แล้วก่อนพระองค์จะเรียกกระหม่อมขึ้นมาที่...”

 

“หมอนั่นเป็นแค่ทาส เชลย สายลับจากพวกนก นายไม่จำเป็นต้องคิดเรื่องนี้ด้วยซ้ำ”

 

“ก็เพราะหมอนั่นแทบไม่มีพิษสง เราเอาไว้ก็เสียเวลาเปล่า”

 

“แต่ดูเหมือนนายจะใช้คุ้มพอตัวไม่ใช่หรือไง”

 

ประโยคต่อมาฝ่ายตรงข้ามไม่ได้พูดอะไรต่อและยังคงยืนนิ่งไม่แสดงท่าทีใดๆ ด้วยนัยน์ตาคงสงบ เมื่อเห็นว่าไม่สามารถยั่วให้สลีปโมโหได้อย่างที่คิดเด็กหนุ่มก็หายใจเข้าหนักๆ ราวกับจะระเบิด

 

“สำหรับนาย ฉันกับหมอนั่น ใครสำคัญกว่ากัน”

 

“ต้องฝ่าบาทแน่นอนอยู่แล้ว...” คำตอบนี้มาแทบจะในทันทีทำให้ราชานึกลำพองใจเล็กน้อย หากไม่มีประโยคหลังตามมาว่า... “อีกนัยน์หนึ่ง ไวท์ทำให้กระหม่อมมีความสุขในครั้งที่หลับนอนด้วย”

 

คราวนี้ราชาลุกพรวดพลางกระทืบบาทดังลั่นจนคนใช้ที่เดินผ่ามาพาลสะดุ้งไปตามๆ กันก่อนจะรีบจ้ำอ้าวพากันออกไปจากหน้าห้องบรรทมให้เร็วที่สุดเพราะอาจมีสิ่งของต่างๆ ลอยตามมาได้หากประตูเปิด

 

เขาย่างสามขุมเข้าไปหาร่างโปร่งที่ทรุดตัวคุกเข่าทันทีโดยไม่ต้องให้สั่ง ใบหน้าหล่อเหลาอมยิ้มเล็กน้อยเหมือนพยายามกวนประสาทท้าทายให้จับตัวเองไปเฆี่ยน หากไม่ใช่คนสนิทป่านนี้หัวคงหลุดจากบ่าไปนานแล้ว

 

ราชายกพระหัตถ์ขึ้นสัมผัสผิวแก้มร่างตรงหน้าเบาๆ ก่อนจะโน้มลงจูบ เป็นรสจูบที่ไม่อ่อนนุ่มนักเพราะอารมณ์ขุ่นมัว

 

เด็กหนุ่มหงุดหงิดทุกครั้งที่ได้ยินคำว่า ‘ไวท์’

 

ตั้งแต่เจ้านกนั่นมาทุกอย่างก็น่าหงุดหงิดไปเสียหมด

 

เขาพอจะรู้ว่าสลีปค่อนข้างถูกใจเหยื่อรายนี้ รูปร่างหน้าตาจัดว่าใช้ได้ แต่ไม่คิดว่าหมอนั่นจะ ‘พิเศษ’ ขึ้นมาจากการโดนข่มขืนทุกวัน ยังไม่นับที่ถูกทหารสามคนก่อนจัดการไปจนสิ้นหวังและเกือบฆ่าตัวตายในห้องน้ำ หากทหารคนโปรดของพระองค์ไม่พบเสียก่อคงต้องเรียกสัปเหร่อมาจัดการกับศพเสียก่อนจะเน่า

 

ทหารทั้งสามพ้นโทษประหารอย่างหวุดหวิดแม้สลีปจะไม่พอใจเท่าไหร่นัก

 

เพราะอะไรน่ะหรือ?...

 

ไวท์อยู่ในฐานะ ‘นักโทษ’ ทำให้เขาหมดสิทธิต่างๆ ที่จะได้รับการคุ้มครองอย่างออกนอกหน้า การถูกจับเฆี่ยนด้วยแส้หนัง 50 ไม้คงพอแล้วสำหรับเรื่องนี้

 

หลังจากนั้นมา สลีปก็เวียนดูแลจัดแจงอาหารได้อย่างดีราวกับเด็กน้อยที่กำลังแอบเลี้ยงลูกแมวภายในโรงนา(กลับกันตรงที่เป็นหมูเลี้ยงนก) ทั้งที่ไวท์มีท่าทีซังกะตายเข้าทุกวันๆ บวกกับโรคซึมเศร้ากลายๆ ที่ไม่สามารถแบกหน้ากลับบ้านได้ก็ยิ่งทำให้พฤติกรรมงี่เง่าโผล่มาให้อารมณ์เสียตลอดเวลา

 

พอไวท์สำลัก สลีปจะคอยป้อนน้ำ

 

พอไวท์ป่วย สลีปจะอยู่เฝ้าไข้จนแอบหลับในเวลางาน

 

พอไวท์ร้องไห้ สลีปจะมาบ่นกับเขาว่าใช้เวลานานเท่าไหร่ถึงจะกล่อมให้นกน้อยหลับได้

 

 

 

“นี่คือคำสั่ง”

 

เสียงหวานเอ่ยขึ้นเมื่อถอนริมฝีปากออก

 

“ทำกับฉันซะ โจนาธาน”

 

 

 

 

 

 

ไวท์กำลังจะแห้งตาย

 

หลังจากโดนขังให้อยู่แต่ในห้องและไม่มีอาการปวดศีษระหรือตาแล้ว ทุกอย่างก็ดูน่าเบื่อไปเสียหมด เพราะเขาทำไม่ได้แม้แต่จะก้าวออกจากห้อง ส่วนหน้าต่างก็ไม่ได้เป็นแบบที่จะเปิดได้เพราะมันติดหนึบกับขอบ ทางเดียวเห็นจะเป็นการพังมันออกไป

 

...นั่นอาจเป็นทางหนีด้วยเช่นกัน

 

แต่คิดดูว่าคงไม่มีใครโง่ขนาดนั้น และต้องโง่มากๆ เพราะถึงจะพังกระจกแล้วกระโดดออกจากห้องไปนอนเจ็บซี่โครงอยู่บนพื้น ยังไงทหารที่เดินตรวจตราจะต้องสังเกตเห็นแล้วจับกลับมาขังเหมือนเดิม

 

เสียงเปิดประตูไม่ได้เรียกความสนใจของไวท์นัก ไม่มีความจำเป็นต้องมองเมื่อรู้ว่ายังไงเจ้าของห้องก็คงไม่เปลี่ยนไปจากเดิม ไวท์หลับตาลงช้าๆ และรู้สึกถึงเตียงที่ยุบลงไปเพราะน้ำหนักของผู้ว่าเยือน

 

ฝ่ามืออุ่นทาบลงบนหน้าผากมนเบาๆ ก่อนจะเลื่อนลงช้าๆ ไล้ถึงเนื้อแก้ม

 

“อีกหนึ่งอาทิตย์จะมีรถขนเสบียงมา”

 

“เราจะส่งนายกลับไปกับพวกนั้น”

 

ไวท์หันขวับไปมองอีกฝ่ายด้วยความตกใจ ทว่าก็ต้องผงะเมื่อเห็นรอยข่วนยาวที่ปรากฏบนอกแกร่งและแขนทั้งสองข้าง รอยจ้ำแดงปรากฏสองสามจุดตามแนวไหปลาร้าทำเอาคำถามทั้งหมดถูกกลืนลงลำคอทันที นัยน์ตาสีเงินช้อนขึ้นสบตา สลีปเองก็มองหน้านิ่งๆ และพูดขึ้นเหมือนเดาคำถามออก

 

“แน่นอน ขึ้นอยู่กับว่าวันนี้นายทำให้ฉันพอใจแค่ไหน”

 

...ว่าแล้วเชียว 

 

ตอนนี้เด็กหนุ่มรู้สึกว่าเลือดถูกสูบฉีดขึ้นบนใบหน้าราวกับตนได้กลืนยาพิษเข้าไป โทสะปะปนกับก้อนความเศร้าที่จุกในอก อิสระที่อยู่เพียงแค่เอื้อมมือกับข้อเสนอ

 

ไวท์ยังคงก้มหน้าเงียบไม่ได้ตอบอะไร สลีปจึงลุกจากเตียงเพื่อถอดเสื้อของตนออกลวกๆ แผ่นหลังกว้างมีร่องรอยเช่นเดียวกับด้านหน้าคือรอยขีดข่วนและรอยจ้ำแดง ทำให้เขาเริ่มตั้งคำถามอีกว่าก่อนหน้านี้สลีปอาจไปนอนกับใครสักคน แล้วเจ้าตัวยังจะให้เขาทำอะไรให้อีกในเมื่อทุกครั้งฝ่ายที่ถูกรุกล้ำก็หนีไปไหนไม่ได้อยู่ดี

 

“ฉันจะแน่ใจได้ยังไงว่านายไม่ได้โกหก”

 

ไวท์ขมวดคิ้วแน่นด้วยความตึงเครียดขณะสบกับนัยน์ตาที่สะท้อนแสงไฟเป็นประกายวาวในที

 

“แสดงว่านายมีวิธีที่ดีกว่ามาเสนอใช่มั้ย?”

 

คู่สนทนาเดินมาประจันทร์หน้า ดูอย่างไรก็มีท่าทีคล้ายกับการข่มขู่ด้วยร่างกายที่แตกต่าง

 

คนบนเตียงนิ่งเงียบ

 

“ถ้านายอยากหาวิธีหนีออกจากห้องก็ได้ แต่ถ้าเกิดฉันจับกลับมาอีก รับรองว่านายจะไม่ได้นอนสบายๆ ในนี้อีกเป็นครั้งที่สอง” สลีปหรี่ตาลง “เพราะที่ใหม่ที่นายจะไปคือคุกใต้ดิน ฉันหมายถึงใต้ดินลงไปอีก ไม่มีหน้าต่าง ไม่มีแสงไฟ มีเครื่องทรมานครบครัน นายคงรู้นะว่าฉันจะทำและกล้าทำอะไรบ้างหลังจากอยู่ด้วยกันมาจนตอนนี้ ทหารบางคนน่ะไม่เรื่องมากนักหรอกนะ และอย่าคิดว่าฉันแค่ขู่ให้นายยอมนอนด้วยดีๆ แทนไปอยู่ในคุกเน่าบัดซบนั่นแล้วโดนข่มขืนทุกวันกับคนไม่ซ้ำหน้า”

 

ไหล่เริ่มห่อพร้อมกับลำตัวที่ลู่ลง สิ่งที่สลีปพูดออกมาดูโหดร้ายแต่มันอาจกลายเป็นเรื่องจริงได้ง่ายๆ ถ้าเกิดพลาดขึ้นมา ไม่ใช่เรื่องดีที่จะต้องยั่วโมโหผู้ชายที่เหมือนระเบิดเวลาคนนี้

 

“....ฉัน”

 

“เลือกเอา ไวท์”

 

เมื่อไม่มีอะไรต่อจากนั้นอีก คลื่นความกดดันจึงถาโถมใส่ร่างบางจังเบอร์จนริมฝีปากของเขาเม้มแน่นเป็นเส้นตรงในขณะที่คำถามหนึ่งวกวนอยู่ในหัว

 

ตอนนี้ฉันยังเหลืออะไรอีกล่ะ...?

 

เมื่อคิดย้อนไปทั้งเรื่องที่ถูกคุกคาม ความรู้สึกทรมานสิ้นหวังจนกรีดข้อมือ เดินไปไหนไม่ได้ จะเป็นที่ระบายอารมณ์ตอนไหนขึ้นมาก็ยังไม่รู้ ทุกอย่างดูแย่ไปเสียหมด

 

“อื้ม..”

 

ทันใดนั้น ไวท์คุกเข่าแล้วเอื้อมมือเพื่อจับบ่าก่อนจะจูบ

 

ร่างโปร่งเหมือนจะรู้ถึงคำตอบแล้วจึงทรุดตัวลงกับเตียงและกัดริมฝีปากล่างอีกฝ่ายเบาๆ โดยไม่ทันตั้งตัวไวท์ก็ใช้ปลายลิ้มสัมผัสเบาๆ ที่แก้มก่อนจะกดร่างของเขานอนราบลงทำให้ตอนนี้ศีรษะอยู่ตรงปลายเตียงและร่างของไวท์ที่เคลื่อนขึ้นคร่อม

 

โว้ว... ถึงใจจริงๆ

 

ขนาดคนที่ผ่านประสบการณ์มาพอสมควรอย่างสลีปก็ถึงกับกลืนน้ำลาย เสื้อเชิ้ตที่ไวท์ใส่อยู่เลื่อนหลุดเผยหัวไหล่มล ฝ่ามือเย็นชื้นไล่สัมผัสผ่านเนื้อผ้าจนถึงท้องน้อยจึงเริ่มปลดเข็มขัดหนังออกอย่างเกร็งๆ จนสำเร็จ ใบหน้าขาวแดงก่ำเหมือนสตอเบอร์รี่สุกงอมจนสลีปเผลอขบฟันด้วยกัน ทันทีที่ชั้นในของตัวเองถูกร่นลงเขาก็เหลือบมองว่าอีกฝ่ายจะทำอย่างไรต่อไป

ไวท์ดูเหมือนจะเริ่มติดขัดและยังไม่กล้าพอจะใช้ปาก เขาจึงใช้ฝ่ามือจัดการมัน เมื่อเห็นว่าถึงเวลาแล้วจึงเลื่อนร่างขึ้นเพื่อให้แก่นกายของอีกฝ่ายเข้ามาในร่างของตน ช่วงแรกร่างบางเจ็บเกร็งจนเผลอจิกเล็บลงบนหน้าท้องอีกฝ่ายและพยายามให้ทุกอย่างดำเนินต่อไป แต่ความอึดอัดด้านในทำให้เขารู้สึกเจ็บช่องทางมากเสียจนไม่กล้าขยับ ม่านน้ำตาเริ่มก่อตัวขึ้นให้เห็น ไวท์ยกร่างขึ้นช้าๆ ก่อนจะเลื่อนลงตามที่ตนต้องการ

 

สลีปครางเสียงต่ำอย่างพึงใจและเฝ้ามองท่าทางเก้งก้างนั่น ความรู้สึกห่อเหี่ยวในตอนแรกถูกแทนทีด้วยความตื่นเต้นเมื่อร่างบางเริ่มขยับเร็วขึ้น เสียงครางที่พยายามกลั้นไว้หลุดรอดออกมาเป็นระยะ

 

ในที่สุดทุกอย่างก็ขาดสะบั้น ร่างโปร่งยันตัวขึ้นพลางรวบเอวคอดไว้ก่อนจะจับร่างตรงหน้านอนลงตรงหัวเตียง ใบหน้าเหยเกเบือนหนีทันทีที่ริมฝีปากนุ่มก้มลงจูบสันกราม นัยน์ตาสีเงินคู่สวยแดงชื้น ร่างนวลละเอียดกลายเป็นสีแดงจากหยาดอารมณ์ ภาพตรงหน้าขับให้สลีปหัวเราะออกมาเบาๆ และเริ่มกระทั้นตามความต้องการจนร่างบางบิดเร้าด้วยความทรมาน มือเล็กๆ ของไวท์สั่นน้อยๆ ขณะยกขึ้นจับแก้มสาก

 

วินาทีนั้นเองที่นัยน์ตาสีมรกตอ่อนลงด้วยความรักใคร่ราวกับมนต์สะกด

 

สลีปได้รับรู้วินาทีนั้นเอง

 

ว่าเขาถอนตัวจากคนๆ นี้ไม่ได้เสียแล้ว

edit @ 23 Aug 2013 20:30:43 by rike

edit @ 12 Oct 2013 10:45:29 by rike

Comment

Comment:

Tweet

อ้าว สลีปจ๋า รักเขาแล้วจะยอมปล่อยเขาไปเหรอ หึหึหึ :-)
ยังมีพระราชาอีกนะ จะทำยังไง ~ พ่อทหารสุดฮฮต > <

#5 By จุ๊จุ๊จุ๊ (223.205.190.165) on 2013-10-05 02:19

ง..เงาค่ะ/////   ขออภัยที่ไม่ค่อยได้เม้นค่ะ /ผิดไปแล้ว /แต่ยังเข้ามาตามดูเป็นพักๆนะคะ ฮ่า
รอดูค่ะว่าหมูสลีปจะทำยังไงกับรักข้ามพันธุ์แบบนี้/////

#4 By Se.ChoU on 2013-08-24 02:08

กรี๊ด....เบาๆ อ่านแล้วตื้นตัน ปริ่มมากมาย ในที่สุดอีสลีปก็ตกหลุมรักจนได้ >.,<!!!อยากอ่านต่อๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เอามาเดี๋ยวนี้//เขย่าไรท์
ปล.คู่สลีปราชาก็แหล่ม ดูแบบเคะราชา(หรือราชีนี?) ดูนางแบบชั้นจะเอาให้ด้ายยยย ...ขอฉากNCหน่อยสิ //โดนตบ

#3 By lazytime7 on 2013-08-23 20:48

ชะ
รักเข้าให้แล้วไง ว่าแล้ว55555555
สงสัยเดี๋ยวคงไม่ได้โดนปล่อยไปแหงๆเลย..

#2 By sora on 2013-08-22 20:02

หวายยยย  รักเค้าเข้าแล้ว
แล้วจะยอมปล่อยเค้ากลับหรอเนี่ย??

#1 By ~~Blue_Girl~~ on 2013-08-22 12:11