[Fic Angry Bird] Bloody love ; 4

posted on 20 Jul 2013 23:20 by therike directory Fiction

                เที่ยงคืนแล้ว...

 

                ไวท์มองเข็มวินาทีส่งเสียงติ๊กต๊อกภายในห้อง ด้านนอกยังคงมืดสนิทและมีเพียงแสงจากดวงจันทร์ที่ส่องสว่าง เปลือกตาช้ำปรือลงทีละน้อยทว่าเจ้าของมันไม่ยอมหลับ แม้ความง่วงจะจู่โจมมากขนาดไหนไวท์จะดื้อดึงอยู่อย่างนั้นจนดวงตาของเขาจะปวดหนึบและยอมหลับตาลงด้วยความไม่สนิทใจนัก

 

การนอนนั้นเป็นความสุขอันน้อยนิดที่เขาได้หลังจากอยู่ที่นี่มาร่วมเดือน ขณะเดียวกันก็เป็นความเจ็บปวด ไวท์พยายามหลอกตนเองว่ากำลังนอนบนเตียงของตนและต้องตื่นเช้าเพื่อเตรียมอาหารแก่น้องชายทุกคน พร้อมทั้งทำความสะอาดบ้านอย่างที่ต้องทำทุกสุดสัปดาห์

 

                แต่เมื่อเขาตื่น ภาพตรงหน้าจะเป็นเช่นเดิม ห้องสี่เหลี่ยมน่าอึดอัดกับหน้าต่างบานใหญ่ที่ไม่สามารถพังออกไปได้ ความจริงหลังจากกรีดแขนตัวเองข้อเท้ากับข้อมือก็ปราศจากอิสระแทบจะในทันที สลีปล็อคเขาติดกับเตียงทุกครั้งที่อาหารเช้าในจานหมดไปครึ่งหรือส่วนหนึ่ง เพราะไวท์ไม่กล้าที่จะนอนในตอนกลางคืนความเพลียเลยเข้าจู่โจมจนไม่รู้สึกอยากอาหาร บ่อยครั้งที่เขาต้องจำใจอ้าปากรับข้าวต้มอย่างไม่เต็มใจนัก ไม่รู้สึกถึงรสชาติเสียด้วยซ้ำ แค่กลืนผ่านคอลงไปก็ลำบากเกินพอแล้ว ไวท์หลับตาทานอาหารเกือบทุกมื้อของวัน ส่วนใหญ่เป็นอาหารง่ายๆ ที่บอกไม่ได้ชัดนักว่ามีอะไรบ้าง รู้แค่ว่าในตอนเช้าจะเป็นพวกโจ๊กกับข้าวต้ม

 

                สลีปจะทำหน้าที่คุมเขาให้กินอาหารจนกว่าจะหมดทุกเช้า นั่นทำให้ไวท์รู้สึกดีที่ตัวเองลืมตาไม่ได้มากนัก ดวงตาสีมรกตที่จับจ้องทุกการกระทำสร้างความอึดอัดจนยิ่งทำให้มื้อเช้าแย่ลงไปอีก หากเขาอยากจะกลับไปนอน สลีปจะดึงเขาให้นั่งเหมือนเดิมแล้วเริ่มยัดอาหารเข้าปากโดยไม่ดูว่ามันร้อนเกินไปหรือเปล่า มีหลายครั้งที่ลิ้นเล็กๆ นั้นพองจนกลายเป็นสีแดง และพอเขาเริ่มทำท่าจะร้องไห้อีกฝ่ายถึงหยุดพร้อมสบถด้วยความหงุดหงิดแล้วเอากุญแจมือล็อคเข้ากับหัวเตียงแล้วเดินออกไป ปล่อยให้ความสิ้นหวังกัดกินทีละนิดจนพลบค่ำ เส้นเลือดบางประอยู่ในนัยน์ตาขุ่นมัวเลื่อนลอย

 

                อยากกลับไป... ไวท์ได้แต่คิดแบบนั้นก่อนจะทิ้งตัวลงอย่างอ่อนแรง ความร้อนผ่าวกอบกุมทั่วดวงตาจนปวดหนึบและหนักเกินไป ในที่สุดเขาก็หลับตา

 

                ทันใดนั้น ร่างบางถูกช้อนขึ้น แม้จะไม่ใช่การอุ้มแบบปุบปับแต่ทำให้เขาสะดุ้งตื่นขึ้นอีกครั้ง ดวงตาสีเทาปรือเล็กน้อยด้วยความฉงนกับทัศนียภาพมัวหมอง ฝ่ามืออ่อนเปลี้ยยกขึ้นเช็ดหางตาของตนเบาๆ ก่อนรู้ตัวอีกครั้งเสื้อผ้าทั้งหมดก็ถูกปลดออกพร้อมทั้งสัมผัสได้ถึงน้ำอุ่น เขาอยากจะดิ้นเหมือนครั้งแรกที่ถูกจับมาแล้ววิ่งออกไปทางประตู หนีออกจากที่นี่เพื่อกลับไปบ้านเกิด

 

                สลีปพับแขนเสื้อขึ้น ถูสบู่เหลวสีสดบนฝ่ามือเข้าด้วยกันแล้วเริ่มทำความสะอาดอีกฝ่ายอย่างเบามือที่สุดเท่าที่ตนจะพยายาม ไวท์ไม่ดิ้นและไม่แสดงท่าทีขัดขืนด้วยการนอนเงียบๆ ทุกอย่างจึงดำเนินไปอย่างง่ายดาย แม้แต่ตอนสระผมหรือทำความสะอาดจุดสำคัญไวท์จะร้องออกมาแค่เบาๆ แล้วเบ้ปากบ้าง แต่นอกจากนั้นก็ไม่ทำอะไรอีกเลย ซึ่งนั่นทำให้ชายหนุ่มเลิกคิ้วเล็กน้อย

 

                นกตัวนี้คงชินกับชีวิตไร้อิสรภาพแล้วกระมัง...

 

                “ลุกไหวขึ้นมา”

 

                เสียงทุ้มสั่งเมื่อดึงจุกก๊อกอ่างออก พลางยื่นมือทั้งสองข้างมาให้ ไวท์วางมือบนฝ่ามือหยาบกร้านแล้วออกแรงจับเบาๆ ฝ่ายตรงข้ามดึงเขาขึ้นช้าๆ แล้วประคองให้ออกมานั่งตรงพื้นกระเบื้อง สลีปเดินไปหยิบผ้าขนหนูมาคลุมให้ มันใหญ่พอที่จะคลุมเขาหมดทั้งตัวราวกับเด็กๆ ที่พึ่งอาบน้ำเสร็จ เนื้อผ้านุ่มกับกลิ่นหอมบางๆ ทำให้สมองของไวท์รู้สึกปลอดโปร่งขึ้นมาบ้าง สลีปนำผ้าขนหนูผืนเล็กมาเช็ดผมให้ แต่ด้วยแรงที่กะพลาดทำให้มันกลายเป็นการขยุ้มศีรษะเสียมากกว่าจนไวท์ต้องส่งเสียงเป็นสัญญาณ อีกฝ่ายถึงจะหยุดแล้วค่อยๆ ทำมันด้วยแรงที่เบาลง และยังไม่มีใครพูดอะไรออกมา

 

                สลีปเอียงคอเล็กน้อย แล้วพูดขึ้น “ตอนนี้นายน่ารักดีชะมัด”

 

นิ้วเรียวปัดปอยผมให้พ้นใบหน้าอย่างอ้อยอิ่ง ผ้าขนหนูเลื่อนลงแนบผิวแก้มฉ่ำหวานเบาๆ ซับเอาหยดน้ำที่เกาะพรายออกจนหมด อุณหภูมิของน้ำทำให้มันขึ้นสีแดงระเรื่อเหมือนผลพีชสุก

 

ตอนนี้ไวท์ช้อนตามองเขา ทว่าสิ่งที่สื่อออกมากลับมีเพียงความหวาดระแวง เมื่อเขาเลื่อนริมฝีปากเข้าใกล้ ร่างบางก็จะสั่นระริกด้วยความผวา ใบหน้าสวยสะบัดแทบจะในทันทีพร้อมทั้งซุกหน้ากับเข่า พูดขอร้องซ้ำไปซ้ำมาราวกับเสียสติ สลีปมองอาการอีกฝ่ายด้วยสีหน้านิ่งสนิท ดวงตาเลื่อนจ้องผ่านม่านตาสีเทา วาดปลายนิ้วม้วนเส้นผมสีเงินชื้นอย่างเบามือ เพียงเท่านี้ก็ทำให้ไวท์รู้สึกเหมือนไข้จับ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจและหลับตาแน่นด้วยกลัวนัยน์ตาสีเขียวร้ายอาจนั่นจะจับผิด ต่อจากนั้นเขาอาจจะถูกทำโทษอีก เหมือนวันที่ผ่านๆ มา

 

 

  “ไม่ต้องร้อง...”

 

 

จบประโยคผ้าขนหนูถูกดึงออกอย่างเบามือ สลีปละไปหยิบเสื้อผ้ามาสวมให้เรียบร้อยแล้วพากลับไปที่เตียง ไวท์มองหน้าอีกคนด้วยความสับสน แต่ตอนนี้เขาไม่อยู่ในสถานะที่จะเชื่อสนิทใจว่าอีกฝ่ายจะไม่ทำร้ายร่างกายเขาอีก

 

 

ฝ่ามือหน้าวางทาบบนหน้าผากเพื่อวัดอุณหภูมิก่อนจะเลื่อนขึ้นเสยปอยผมดูเกะกะออกไปให้พ้น นัยน์ตาคู่สวยเผลอสบตาเพียงเล็กน้อยแล้วหลุบลงด้วยความกลัวทั้งยังกลอกช้าๆ ไปซ้ายทีขวาที ไหล่เริ่มห่อและพยายามขยับตัวออกห่าง รอยยิ้มบางของผู้มองปรากฏออกมาอย่างลืมตัว พลางนึกโทษตัวเองที่เคยทำนกน้อยร้องไห้เสียจนตาแดง สลีปขยับท้าวแขนกับเตียงแล้วโน้มริมฝีปากลงหมายจะจูบราตรีสวัสดิ์ แต่สิ่งที่ตามมากลับตรงข้าม

 

 

  ไวท์หันหน้าหนี

 

 

  ร่างด้านบนชะงักกึกในขณะที่ลมหายใจหนักอึ้งจะถูกระบายออกมา ท่อนแขนผอมยกขึ้นปิดหน้า อีกข้างผลักแขนเพื่อเป็นสัญญาณ สลีปลองเลื่อนใบหน้าตามไปแต่ผลคือถูกหันหนีและความเจ็บจากเล็บที่จิกเข้ามา เขาขมวดคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์นักแล้วจับข้อมือทั้งสองข้างยึดไว้

 

 

  “เงยหน้า มองหน้าฉัน” เสียงทุ้มถูกกดต่ำลง

 

 

  ไวท์กำมือแน่นและปฏิเสธคำสั่งโดยหันไปทางขวา นั่นเป็นสิ่งที่เขาไม่อยากทำเลยจริงๆ สลีปเบิกตามองความกล้าหาญนั่น โทสะค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจนสันกรามขบแน่นที่เห็นว่าตัวเองเสียการควบคุมอีกฝ่ายไป ทั้งที่ในห้องน้ำยังดีอยู่แท้ๆ

 

 

“ได้”

 

 

  เขาพูดเพียงเท่านั้นแล้วทิ้งตัวลงบนเตียง กระชากต้นแขนให้อีกฝ่ายหันมาหาตนและรวบกายไว้ไม่ให้ไปไหน ฝ่ายไวท์เมื่อถูกล็อคก็เริ่มดิ้นในที่สุด พยายามพลิกตัวกลับไปแต่ก็ไม่เป็นผล วงแขนแกร่งล็อคเอวไว้แน่นเสียจนขยับตัวแทบไม่ได้ ทันใดนั้นปลายคางของมนก็ถูกเชยขึ้นกะทันหันพร้อมทั้งริมฝีปากอุ่นทาบทามอย่างแนบแน่น

 

 

“ไม่.. พะ... พอ..--”

 

 

  ไวท์ส่งเสียงในลำคอด้วยความอ่อนแรง การถูกยัดเยียดแบบนี้สร้างความอึดอัดมากจนไม่อยากได้รับอะไรต่อ แม้ว่าสัมผัสครั้งนี้จะอ่อนโยนหรือแข็งกร้าวเขาก็ไม่ต้องการทั้งนั้น ร้องท้วงครั้งแล้วครั้งเล่าจนเจ็บคอแต่สลีปก็ไม่ยอมผละออกและรุกหนักขึ้นจนอากาศเหลือน้อยเต็มที

 

 

  ทำไมเขาต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วย?...

 

 

  ชายหนุ่มตัดพ้อตนเองเมื่อรับรู้ถึงความชื้นและม่านน้ำตาที่ทับซ้อน จังหวะที่สลีปปรือตาขึ้นช้าๆ ขณะผละออก นัยน์ตาสีมรกตตรงประสานและสบตา

 

 

  “เทรนเซอร์” 

 

 

นัยน์ตาของชายตรงหน้าเหมือนกับ ‘เขา’ และเหมือนมากจนน่าตกใจ แต่ไวท์รู้ดีว่าไม่ใช่

 

 

  ไม่มีทางใช่ด้วยซ้ำ

 

 

  “เทรนเซอร์ เทรนเซอร์...”

 

 

  ไวท์ร้องออกมาราวกับเด็กเล็กแล้วตัดสินใจหลับตาลงด้วยความเจ็บปวด แต่ยังคงพูดประโยคซ้ำๆ ราวกับเพรียกหาไออุ่นจากใครสักคน และเมื่อผ่านไปพักหนึ่งสลีปตัดสินใจกระชับวงแขนของตนให้แน่นขึ้นแล้วซบใบหน้าของตนบนแผ่นหลังอันสั่นเทา เขาไม่พูดอะไรออกมาสักคำทำให้ทั่วทั้งห้องมีเพียงเสียงคร่ำครวญของนกน้อยแต่เพียงผู้เดียว 

 

 

 

 

 

 

“ลูกพี่-- อาหารกลางวัน”

 

“ไว้นั่นแหละ”

 

สลีปตอบแกนๆ สายตายังไม่ละจากเอกสารพลางนวดหว่างคิ้วเบาๆ ตัวหนังสือยั้วเยี้ยจนน่าปวดหัวทำให้สมองตื้อใช่ย่อย ถ้ารู้แบบนี้สู้ไปยืนตากแดดตากลมเฝ้าวังแบบพวกด้านนอกยังจะดีกว่า อย่างน้อยก็ได้ชมนกชมไม้แทนมานั่งอุดอู้ในห้องทำงานร้อนๆ แบบนี้

 

เขาเลื่อนสายตามองนาฬิกาซึ่งชี้บอกเวลาเที่ยงตรง พวกทหารจะเปลี่ยนกะกันทุกๆ 3 ชั่วโมง พอถึงเวลาทหารทั้งสองจะมาหาที่ห้องทำงานพร้อมอาหารจากครัวสองจาน แน่นอนว่าการที่จะไปส่งอาหารอีกจานเขาจะส่งกุญแจห้องให้ไป อย่างน้อยถ้าจะเชื่อใจใครได้คงไม่พ้นมันสองคน ไวท์ที่อยู่ในฐานะสายของนกไม่มีอะไรมาประกันได้ว่าควรได้รับการคุ้มครอง แต่ในเมื่อสิทธิในการจัดการตกมาที่สลีปเขาเลยสามารถจัดการใครก็ตามที่มายุ่งย่ามไม่เข้าเรื่องได้ทันที

 

“นี่ลูกพี่ พวกผมไปส่งอาหารเมื่อกี้แล้วนะขรั๊บ”

 

‘สตีฟ’ พูดแล้วส่งลูกกุญแจให้ก่อนจะทำท่าอ้ำอึง หันไปมองหน้าเพื่อนตัวเองเป็นระยะจนสังเกตได้

 

“นายอยากจะพูดอะไรล่ะ โหดร้ายเกินไปงั้นเหรอ ถ้าหมอนั่นเกิดคลั่งทำร้ายตัวเองอีกแก่จะเข้าไปเก็บศพไหม”

 

“ไม่ ...ลูกพี่ เราไม่ได้จะหมายความแบบนั้น เอ่อ... ‘ราฟ’ ตาแก”

 

พอโดนจ้องหน้าแบบนั้นสตีฟก็ยอมยกธงขาวแล้วก้าวถอยหลังลงไปเพื่อให้เพื่อนของตัวเองเป็นคนพูดต่อ สลีปหรี่ตาลงช้าๆ.... ช้ามากเสียจนคนถูกมองอึดอัดหายใจไม่ถูก สันหลังเย็นวาบด้วยความผวา

 

คุณพระคุณเจ้า ฉี่จะราดแล้วจ้า...

 

“ลูกพี่ขรั๊บ... ผมว่าที่ลูกพี่ทำก็เกินไป..”

 

“เกินไปงั้นเหรอ? แล้วแกจะให้ฉันทำยังไง”

 

“น่าๆ... ลูกพี่ทำใจเย็นๆ ก่อนแล้วค่อยคิดหาวิธีแก้ปัญหากับเรื่องนี้”

 

“คงแก้ได้ หมอนั่นไม่มองหน้าฉันด้วยซ้ำ ไม่รู้จะกลัวอะไรนักหนา”

 

“...ก็เล่นทำซะขนาดนั้น...”

 

“หา?....”

 

สลีปกดเสียงต่ำดุจนลูกน้องทั้งสองกอดกันโดยอัตโนมัติ คล้ายว่าจะเห็นรังสีอำมหิตสีดำโผล่มาเป็นพื้นหลังหัวหน้าของตัวเองอีกที ราฟอ้าปากพะงาบๆ มองหน้าเพื่อนเหมือนถามว่าควรจะจบแค่นี้หรือพูดต่อดี สตีฟทำแค่ส่ายหน้าไปมาอย่างจนปัญญา ไม่รู้จะสรรค์หาคำไหนมาพูดต่อ

 

“ยังไงก็เถอะ ผมว่าควรจะพยายามทำให้เขารู้สึกดีกับลูกพี่ดูสักหน่อยก่อนก็น่าจะดีนา...”

 

ราฟว่าต่ออย่างเกรงๆ แล้วมองสีหน้าของหัวหน้าอย่างลุ้นระทึก สลีปมองกลับมาด้วยท่าทางที่ดูสงบลงมาบ้างแล้วหยิบแก้วขึ้นทำท่าจะดื่มน้ำ แต่ทันใดนั้นเจ้าตัวก็ชะงักกึกเหมือนถูกไฟช๊อตและย่นจมูก

 

“มันเหล้าขาวนี่  ”

 

“เอ๊ะ?”

 

สตีฟก้าวเข้ามาพิสูจน์คนแรกด้วยการดมกลิ่น ความแรงของเหล้าขาว 40 เล่นเอาเขาหัวหมุน ส่วนราฟลองจิบไปนิดหนึ่งก็ถึงกับทำหน้าเหยเก

 

“ฉันบอกแกแล้วว่าให้ดูดีๆ!” ราฟหันไปด่า

 

“ก็ตอนแรกกะเปลี่ยนอยู่แล้วแต่แกเร่งฉันบอกว่าช้าแล้วหัวหน้าจะโกรธเอาไงวะ!”

 

แล้วทั้งสองก็เปิดฉากฉะตรงนั้นโดยมีสลีปนั่งมองราวกับกำลังชมละครลังข่าวหมาดๆ ก่อนจะแซวว่า

 

“ผัวเมียทะเลาะกัน”

 

“ไม่ใช่ซะหน่อยขรั๊บ!”

 

สองคู่หูหันมาตอบอย่างพร้อมเพรียง

 

 

 

ชายหนุ่มเหยียดหลังขึ้นหลังจากจัดการงานเสร็จ พอหันกลับไปมองเวลาก็พบว่าล่วงเลยมาพอสมควรจงส่งแฟ้มให้ทหารอีกนายไปจัดการ สลีปอ้าปากหาวงัวเงีย ขอบตาคล้ำรอบบอกถึงการนอนไม่เต็มอิ่มนัก

 

ตื่นเช้า นอนดึก ช่างยุติธรรมอะไรแบบนี้ เขาคิดขณะเดินผ่านทหารสองนายที่หยุดทำความเคารพตน บางครั้งการได้มองทหารยศน้อยกว่าก็ทำให้เขานึกถึงตนเองสมัยก่อนขณะฝึก โดนแบกซุง คลุกโคลน เกือบโดนระเบิดสอย แต่ตอนนี้ทุกอย่างมีค่า เขาสามารถผ่านมันมาจนไต่มาถึงระดับนี้ มีลูกน้องเคารพนับถือและหน้าที่ที่ต้องทำ ไม่นับรวมถึงเรื่องที่ราชาองค์ก่อนฝากเอาไว้

 

สลีปเปิดประตูเข้าไปในห้องแล้วตรงไปยังร่างที่นอนคุดคูอยู่บนเตียงและเอากุญแจมือออกก่อนจะพลิกตัวอีกฝ่ายช้าๆ ถึงกระนั้นไวท์ก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา แต่ครั้งนี้สีหน้าของไวท์ดูพะอืดพะอมเหมือนทรมานเสียเต็มประดา ใบหน้าร้อนแดงผิดสังเกต ทั้งดวงตาเลื่อนลอยเหมือนสติไม่อยู่กับตัวเท่าไหร่ ไวท์เงยหน้าขึ้นแล้วหรี่ตาแน่นเพราะพยายามเพ่งมองใบหน้าชายหนุ่ม ส่วนสลีปเห็นอาการก็หันไปมองแก้ววางเปล่าข้างๆ เตียงแล้วตบหน้าผากดังลั่นจนสมองน่ากลัวว่าสมองจะหลุดออกมากองด้านนอกก่อนจะเดินเร็วๆ เข้าไปในห้องน้ำและกลับออกมาพร้อมยาแก้ปวดกับน้ำหนึ่งแก้ว ไวท์ถูกดึงให้นั่งพิงกับหัวเตียงด้วยท่าทางปรือตาจะหลับก็ไม่ใช่จะตื่นก็ไม่เชิง คลาดสายตาไปครู่เดียวก็ลงไปกองกับเตียงเหมือนเดิม

 

  “สู้เขาหน่อยสิ... แล้วนั่งให้มันดีๆหน่อยได้มั้ยเนี่ย!”

 

สลีปโวยวายขณะพยายามจับให้ไวท์นั่งเหมือนเดิม ทว่าทันใดนั้นเจ้าตัวคลานก็ค่อยๆ คลานงุ่นง่านเหมือนเด็กน้อยแล้วนั่งคร่อมตักไว้ ใบหน้าซบลงบนบ่าอย่างออดอ้อนทั้งยังพึมพำอู้อี้ไม่เป็นภาษา วงแขนเล็กโอบล้อมรอบคอแน่นเหมือนกลัวว่าอีกฝ่ายจะหายไปไหน เส้นผมยุ่งแนบกับใบหน้าของนายทหารจนเกือบโดนตา แต่ชายหนุ่มไม่ได้พูดว่าอะไรจึงได้แต่ลูบหลังเบาๆ

 

พอเป็นแบบนี้แล้วก็ไม่แย่เท่าไหร่แฮะ... สลีปคิดขณะที่ประคองใบหน้าสวยขึ้นเพื่อจูบ

 

ตอนนั้นเอง...

 

“อุก...”

 

ไวท์เม้มปากแน่นด้วยสีหน้าพะอืดพะอมอีกครั้ง โลกทั้งใบหมุนคว้างน่าคลื่นไส้เล่นงานกระเพาะน้อยๆ ของเขาจนแปรปรวน พออ้าปากออกมาก็กลับมีเพียงอากาศโล่งๆ ยิ่งเพิ่มความอึดอัดเข้าไปอีก

 

พอสลีปเห็นแบบนั้นก็กุลีกุจอพาอีกฝ่ายเข้าไปในห้องน้ำ ทว่าขนาดปล่อยให้จัดการเองไวท์ก็ยังอาเจียนไม่ได้สักทีเขาจึงเลื่อนมานั่งคร่อมด้านหลังแล้วใช้มือหนึ่งจับปลายคางเบาๆ

 

“เอ้า ไม่ต้องตกใจ เดี๋ยวเดียวเท่านั้น”

 

พูดจบนิ้วทั้งสองก็ล้วงเข้าไปในโพรงปากเล็ก กดลึกลงไปในลำคอระหงส์จนในที่สุดน้ำย่อยก็แล่นผ่านขึ้นมา สลีปดึงนิ้วออกมาและให้ไวท์ธุระของตัวเองโดยคอยลูบหลังไม่ห่าง เวลาผ่านไปเกือบสิบนาทีดูเหมือนว่ากระเพาะไม่อะไรจะให้อีกแล้ว ร่างบางทรุดตัวลงอย่างหมดแรงก่อนจะเอื้อมมือไปกดชักโครก รู้สึกตัวเบาหวิวแทบจะลอยไม่ติดพื้น แต่ถึงแบบนั้นศีรษะก็ยังปวดอยู่

 

“วันนี้อย่าหวังเลยว่าฉันจะจูบนาย”

 

เสียงของใครบางคนดังแว่วเข้ามา แต่เขาไม่มีใจจะจำเท่าไหร่นัก

 

สลีปหิ้วไวท์ขึ้นมาที่อ่างล้างหน้าแล้วเปิดน้ำให้ล้างหน้าล้างปากเสีย ก่อนจะประครองคนป่วยที่เดินโงนเงนมาจบลงที่เตียง คนโดนหิ้วนอนเอามือก่ายหน้าผากอย่างหมดท่าและพลิกตัวไปอีกทาง ตอนนั้นเองที่สัมผัสเย็นจากผ้านาบลงบนเปลือกตาทั้งสอง ความเย็นช่วยให้สมองของเขาผ่อนคลายลงบ้าง ไม่ว่าคนที่ทำให้จะเป็นใคร ไวท์ก็กล่าวขอบคุณเบาๆ

 

วินาทีต่อมาเขารับรู้ถึงริมฝีปากอุ่นที่ประทับบนหน้าผากพร้อมกับเสียงหัวเราะในลำคอของใครบางคน...

 

edit @ 22 Jul 2013 20:44:46 by rike

edit @ 22 Jul 2013 20:45:03 by rike

edit @ 23 Aug 2013 20:46:17 by rike

edit @ 14 Sep 2013 22:18:44 by rike

Comment

Comment:

Tweet

สงสารนกน้อยจัง
(.__.
หมูไม่ยอมปล่อยให้กลับสักที กักขังนกน้อยว่าสงสาร
สงสารไวท์มาก เหมือนจะโดนกระทบจิตใจรุนแรงมากเลย เฮ้อว์

#3 By sqrt (14.207.199.63) on 2013-07-22 22:09

ติดตามฟิคนี้มาตั้งนานนนน * - * ในที่สุดก็มาสนุกค่ะ

#2 By jirapat (58.9.97.131) on 2013-07-21 07:24

เย้ ในที่สุดก็อัพแล้ว!!
บรรทัดติดกันไปหน่อยนะ เลยให้ความรู้สึกว่าน้อยมั้ง..
ตอนนี้ดราม่าเยอะแฮะ แอบสงสารไวท์
รอต่ออยู่นะ #มองเลขเปอร์เซนต์..

#1 By sora on 2013-07-21 01:47