มโนราห์ YAOI] : ตอนที่ 7

posted on 04 Jan 2013 22:39 by therike directory Fiction

 

 

ตอนที่ 7 

            ณ ปัญจาลนคร มีกษัตริย์พระองค์หนึ่งพระนามว่า พระเจ้าอาทิตยวงศ์ และมเหสีจันทาเทวี เป็นผู้ครองเมือง ครั้นเสวยสุขราชสมบัติไม่นานนัก พระนางก็มีพระโอรสพระองค์หนึ่งซึ่งในเวลาพระโอรสประสูตินั้นได้บังเกิดขุมทองสี่ขุมขึ้นที่มุมปราสาททั้งสี่มุมเป็นอัศจรรย์ยิ่ง พระเจ้าอาทิตยวงศ์เห็นดังนั้นจึงตรัสว่าโอรสของพระองค์นั้นมีบุญบารมีเปรียบดังพระอินทร์และทำพิธีสมโภชอย่างเอิกเกริก พร้อมประทานพระนามว่า พระสุธนราชกุมาร ครั้นเติบใหญ่เป็นมหาบุรุษผู้มีรูปโฉมสง่างามจนประชาชนนิยมชมชอบ ทั้งยังศึกษาวิชาธนูจนเชี่ยวชาญไม่มีผู้ใดทัดเทียม จะมีก็เพียงเรื่องกวนใจเพียงอย่างเดียว

            พระองค์ยังไม่มีคู่ครองแม้จะมีอายุใกล้เลขสามแล้วก็ตาม 

            เหตุนี้สร้างความทุกข์ใจแก่ผู้เป็นบิดาอย่างมาก เพราะไม่ว่าพระองค์จะพยายามอย่างไรบุตรของท่านก็ดื้อดึงไม่เลือกมเหสีสักทีและดูเหมือนจะไม่ใส่ใจเรื่องนี้เสียด้วยซ้ำ แม้จะมีธิดาจากเมืองต่างๆ มาเสนอแต่พระสุธนนั้นทำเพียงพูดคุย เมื่อถามก็ได้คำตอบเพียงแค่นางต้องเป็นสหายที่ดีต่อเราเป็นแน่ พอถามว่าถูกใจนางไหนเป็นพิเศษไหม พระสุธนก็จะมองหน้าด้วยนัยน์ตาใสบริสุทธิ์ดังลูกแก้วแล้วตอบว่า 

            ท่านพ่อ ข้าคิดว่าพวกนางจะต้องพบคู่ครองที่ดีได้เป็นแน่

            เมื่อกล่าวจบริมฝีปากหยักเรียวก็คลี่ยิ้มพลางเดินหันหลังจากไปอย่างอารมณ์ดี เล่นเอาคนเป็นพ่อแทบจะลมจับเสียตรงนั้น

            พระนางจันทาเทวีเห็นเช่นนั้นก็ได้พูดคุยกับบุตรของตนในวันถัดมาถึงความสำคัญในการอภิเษกสมรส โดยให้เหตุผลว่าหากพระองค์ยังทำตัวเช่นนี้ต่อไปหากนางและพระสวามีจากไปจะหาใครมาเป็นลูกหลานสืบทอดดูแลบ้านเมืองต่อไป ครั้นตระหนักถึงการอภิเษกแล้ว พระสุธนก็สัญญากับมารดาว่าจะรีบหาคู่ครองโดยเร็วที่สุด หากพระองค์ถูกใจใครสักคน

            ทว่าฤกษ์ดีนั้นยังไม่มาถึง จนตอนนี้พระองค์ก็ยังคงครองพรมจันทร์ของตนไว้เช่นเดิมมิสั่นครอน

“เราจะทำอย่างไรดีจันเทวี”

เสียงทอดหายใจดังขึ้นอย่างบางเบา พระเจ้าอาทิตยวงศ์มองบุตรของตนผ่านทางหน้าต่างวัง ชายหนุ่มเติบโตขึ้นเพื่อเป็นเจ้าเมือง แข็งแรง ห้าวหาญ เสียอย่างเดียวคือไร้ไหวพริบในบางเรื่อง ครั้งหนึ่งที่แม่หญิงตากเมืองเคียงพยายามจะให้มารยาด้วยการยั่วยวนทุกอากัปกริยา มหาบุรุษเฝ้ามองอย่างหลงไหนอยู่ครู่หนึ่งแล้วสะดุ้งเฮือกก่อนจะผุดลุกจากไปเพราะนึกขึ้นได้ว่าพรุ่งนี้ตนจะต้องเรียนหนังสือ เล่นเอานางเดือดจนแทบจะฝากรอยมือไว้บนแก้ม

อาชาสีขาวซึ่งเป็นพาหนะถูกขึ้นขี่ มีคันธนูคู่ในคาดอยู่กับบ่า พระโอรสพูดคุยกับบ่าวไพร่อยู่สองสามประโยคก่อนจะเงยหน้าขึ้นเพื่อส่งยิ้มให้พระบิดา เพียงข้อมือสะบัดบังเหียนม้าปราดเปรียวก็ควบเกือกเข้าไปในป่าจนลับตาไปในไม่ช้า

“ลูกเราอาจต้องการเวลา ท่านอย่าเร่งเขามากนักเลย”

พระมเหสีกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แสงสุริยะทอผ่านใบหน้าหวานแม้จะถูกแต่งแต้มด้วยริ้วรอยตามกาลเวลาแต่ยังคงเค้าของหญิงอันเป็นที่รักของพระเจ้าอาทิตย์ไว้ พระนางจันเทวีกุมฝ่ามือใหญ่ซึ่งวางอยู่บนขอบหน้าต่างเบาๆ

“ไม่ได้หรอก ถ้าขืนลูกยังไม่เลือกมเหสีภายสองเดือน เห็นทีเราจะต้องทำการเด็ดขาดเสียแล้ว”

ร่างสูงหลับตาลงครู่หนึ่งก่อนจะเลื่อนมือทั้งสองประสานไว้ที่ด้านหลังและก้าวออกไปช้าๆ

“ข้าไม่คิดว่าพระสุธนจะเห็นด้วยกั