มโนราห์ YAOI] : ตอนที่ 6

posted on 29 Dec 2012 23:13 by therike directory Fiction

 

ยามดึก ณ กระท่อมเล็กๆ พรานบุญนอนตะแคงเอามือเท้าคางเหมือนปางไสยาสน์อยู่หน้าห้องของตัวเอง พลางทำหน้าบอกบุญไม่รับขณะที่ใจบุญสุนทานบริจาคเลือดให้ยุงเล่นอย่างช่วยไม่ได้ โดยมีกินนรหนุ่มนามมโนราห์เกาะขอบประตูแยกเขี้ยวขาวๆ ขู่ฟ่อเหมือนแมว 

“เจ้าจะอะไรนักหนา มันก็แค่จูบ” 

“หุบปาก!

มโนราห์พูดเสียงดังจนเกือบกรีดร้อง หางตามีหยดน้ำเล็กๆ เกาะอยู่

“เจ้ารู้ไหมว่าเราเก็บจุมพิตอันแสนบริสุทธ์นี่ไว้ให้กินนรีสวย อึ๋ม เท่านั้นเชียวนะแล้วพรานสาบโคลนอย่างเจ้าถือดีมาจากไหนเอามันไป ไอ้พรานโสมม! วิปริต! ผิดเพศ! เหม็นคาวโลกี!

น้ำชี้งอนตราหน้าใส่ชายหนุ่มเสียยกใหญ่พร้อมด่าแว้ดๆ รัวเป็นปืนกล ส่วนพรานบุญขมวดคิ้วยุ่งเหม่อมองเพดานอย่างใช้ความคิด พยายามนึกภาพชายตรงหน้ามีกินนรีสาวสวยหุ่นดีอกสะบึ้มเรียงรายห้อมล้อมคอยเอาอกเอาใจ ยิ่งนึกไปถึงตอนร่วมรักบนเตียงภาพก็ยิ่งจางไม่รู้ว่ามโนราห์จะไปรุกเขาอีท่าไหน เผลอๆ เมียต้องเป็นฝ่ายทำทุกอย่างแทนเพราะแค่โดนจูบเบาๆ ยังโวยวายบ้านแตกสาแหรงขาดขนาดนี้

“เดี๋ยวนะ เจ้าจะบอกว่านี่เป็นจูบแรกงั้นหรือ?”

พรานถามอย่างชั่งใจพร้อมลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิ

“ก็ใช่น่ะสิ! แล้วเจ้าก็เอามันไป”

“...แสดงว่าเจ้าไม่แม้แต่จะจูบหญิงใดเลยหรือ”

“ใช่!

เด็กหนุ่มตอบและยืดอกอย่างมั่นใจ ยิ่งเห็นแบบนั้นก็ทำเอาพรานยกมือปิดปากไม่ให้หลุดขำออกมากลัวจะเสียมารยาท แต่กระนั้นก็ไม่ทันเสียแล้วเพราะมโนราห์มองชายหนุ่มด้วยนัยน์ตาเขียวปั๊ดถามว่า

“มันน่าขำตรงไหน!?

“จะไม่ให้ขำได้ไงแบบนี้ถ้าเกิดทำกิจผัวเมียเจ้าแน่ใจนะว่าจะไม่หลุดกรี๊ดตอนโดนเล้าโลม! ไม่สิ อย่างเจ้ารุกเมียได้ด้วยเหรอ ตัวก็แค่นี้ อะฮ่าๆๆ!!

“ว่าไงนะ?! นี่เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้เหรอว่าต้องทำยังไงบ้างข้ารู้หรอกรู้ดีกว่าเจ้าด้วย!!

“งั้นเจ้าลองบอกมาสิ”

มโนราห์ชะงักฝีปากโดยพลัน ก่อนใบหน้าจะเริ่มเปลี่ยนสีทีละนิด จ้องพรานอย่างกินเลือดเนื้อในขณะที่อีกฝ่ายทำหน้าท้าทายพร้อมประสานมือไว้บนตักราวกับเป็นนักเรียนดีเด่นตั้งใจฟังอาจารย์สอนหน้าชั้นเรียน

“ว่าไงล่ะ พูดมาสิ พ่อ-คน-เก่ง”

พรานแกล้งลากเสียงยาว ฉีกยิ้มกว้างรอฟังอย่างใจจดใจจ่อ

“กะ.. ก็อย่างแรกก็ต้อง.. จุ.. จูบเบา ที่แก้ม”

“อือฮึ”

เด็กหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากพลางว่าต่อ “เออ.. ก็พรมจูบทั่วใบหน้า... ละ..แล้วก็ถอดเสื้อ”

“เรื่องนั้นใครๆ ก็รู้ ช่วยเล่าตรงเนื้อๆ ได้ไหม”

พรานรบเร้าราวกับใคร่อยากรู้เป็นเด็กๆ โดยที่มโนราห์แทบจะกระโดดกัดคอให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย

“กะ ก็... ก็เอา.. เอ่อ ใส่เข้าไป ละ แล้ว...”

“เอาอะไรใส่เข้าไปเหรอ?”

นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกดวงตาสีน้ำตาลนั้นพลางเลื่อนเข้ามาพอประมาณพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับบนใบหน้า รู้สึกสนุกสนานที่ได้แกล้งร่างบางที่ตอนนี้นั่งเหงื่อแตกซก มือไม้สั่นไม่รู้จะพูดอะไรต่อ แถมพยายามหลบตาไปมาเหมือนอยากให้เขาละสายตาไปเสียที แต่เมื่อเห็นว่าพรานไม่ยอมหยุดไล่ต้อนง่ายๆ มโนราห์ก็ใช่วิธีเดิมของตน...

ล้มกระดาน

“ว้อยยย!! ไม่เอาเราไม่พูดแล้วบัดสีเป็นราคีปากที่สุด!!!

มโนราห์โพลงออกมาลั่นแล้วหายกลับเข้าไปในห้องพักหนึ่งก่อนออกมาพร้อมหมอนกับผ้าห่ม เจ้าตัวโยนมันใส่หัวคนตัวใหญ่ลวกๆ และสะบัดหน้าใส่

“คืนนี้ไม่ต้องนอนในห้อง!

ปัง!

พรานบุญมองประตูห้องนอนของตนที่ปิดสนิทอย่างเหนื่อยหน่าย นึกค้านในใจแต่ก็ไม่คิดจะพูดมากนักเพราะขี้เกียจจะปะทะฝีปากกับอีกฝ่าย มือหนาหยิบผ้าห่มออกปูหมอนให้ดีและล้มตัวลงนอนกับพื้นแต่ยังไม่หลับ เขารอเวลาให้ดำเนินต่อไปด้วยความใจเย็น มองเปลวไฟพลิ้วไหวจากตะเกียงที่กลางห้อง เสียงจิ้งหรีดเรไรส่งเสียงมาตามสายลมเย็นฉ่ำ ประกอบกับเสียงกระทบของกิ่งไม้ดั่งนักดนตรีแห่งธรรมชาติช่วยผ่อนคลายอารมณ์เป็นอย่างดี

เวลาผ่านไปได้ช่วงหนึ่ง นานพอที่พรานบุญจะตัดสินใจเปิดแง้มมองดูความเคลื่อนไหวในห้อง เมื่อเห็นว่าร่างอรชรนอนกรนเบาๆ บนเสื่อจึงเดินไปหยิบผ้าห่มกับหมอนกลับเข้ามาในห้องและจัดนอนอยู่ข้างๆ ไม่ห่างนัก นัยน์ตาคมกริบเฝ้ามองดวงหน้าละอ่อนยามนิทราไม่กระพริบราวกับถูกสาป แพขนตายาวสวยขัดเกล้าดูน่าเสน่หา เส้นผมสีน้ำตาลแดงเป็นประกายวาววับดั่งเส้น