มโนราห์ YAOI] : ตอนที่ 5

posted on 29 Dec 2012 16:13 by therike directory Fiction

หลังจากถึงเรือน บุญฑริกก็พากินนรหนุ่มไปล้างเนื้อล้างตัวตรงท่าน้ำที่ห่างไปไม่ไกลนัก แต่ทันทีที่ลงน้ำเท้าของมโนราห์เกิดไปสัมผัสกับอะไรบางอย่างดูลื่นน่าขยะแขยงก็กระโดดขี่คอพรานร้องโวยวายดังลั่นว่าจะขึ้นจากน้ำให้ได้ พรานหนุ่มเลยต้องจัดการล๊อคตัวแล้วอาบน้ำให้เสีย ซึ่งแน่นอนว่า... ได้รอยข่วนมาเป็นรางวัลตอบแทนอีกเช่นเคย

หลังจากกลับเรือน พรานบุญหยิบผ้าผ่อนให้เด็กหนุ่มสวมและใช้จังหวะนั้นนำปีกหางไปซ่อนที่อื่นกันไว้ไม่ให้อีกฝ่ายแอบหยิบไป เวลาผ่านพ้นอย่างไม่คอยท่า แสงอาทิตย์โรยราใกล้ลับขอบฟ้าเต็มทน สายลมเย็นพัดชวนกระทบผิวละอ่อนของมโนราห์ที่นั่งกอดเข่าขดตัวกลมดิ๊กอยู่อีกมุมหนึ่งของระเบียงราวกับเป็นนักโทษ ดวงตาสีน้ำตาลจ้องมองพรานสาบโคลนก่อเตาเตรียมเผาเผือกมันที่ตนเก็บจากป่า กลิ่นไหม้ลอยฉุนจนเด็กหนุ่มย่นจมูก พลางไล่ฮึดฮัดตบตียุงลายน่ารำคาญที่บินหวี่ๆ ไปมาราวกับกวนอารมณ์

มโนราห์มองเปลวไฟอย่างใช้ความคิด... หากยังไม่ได้ปีกหางกลับมาหนทางที่จะหนีจากพรานผู้นี้ลำบากไม่น้อย บวกพละกำลังที่แตกต่าง เพียงแค่อึดใจเดียวก็ลากเขากลับได้ง่ายดายจนน่าโมโห

ต้องหาปีก.... แต่ทางนั้นเอาไปซ่อนไว้ที่ไหนล่ะ

กลิ่นหอมจากมันค่อยๆ แทนที่กลิ่นควันเหม็นไหม้ เล่นเอาท้องน้อยๆ ร้องครางอย่างโหยหาน่าอาย พรานบุญเหล่มองพร้อมพูดอย่างรู้ทัน

“หิวล่ะสิ”

โนรามุดใบหน้ากับเข่าก่อนจะตอบเสียงอุบอิบ “เปล่าซะหน่อย.. เราก็ไม่ได้อยากกินหรอกนะ”

แต่ร่างกายไปทำงานตามใจสั่ง ต่อมาเสียงโครงครางก็ดังขึ้นครั้ง คราวนี้พรานบุญยกมุมปากอย่างชอบใจส่วนกินนรน้อยพยายามที่จะทำให้ตัวหดลงไปอีก ผ่านไปครู่หนึ่งหัวมันเริ่มสุกได้ที่ พรานบุญนำหัวหนึ่งออกจากเตาโดยเอาผ้าพันไว้กันร้อน ทันทีที่แยกออกมาเป็นสองท่อนควันขาวขุ่นลอยอ้อยอิ่งจากเนื้อสีเหลืองทองน่ากินพร้อมกลิ่นเย้ายวนชวนลำลายสอ ชายหนุ่มส่งมันให้คนตัวเล็กที่มองตาไม่กระพริบ มโนราห์รับมาด้วยท่าทีลังเลเล็กน้อยและกัดเข้าไปคำแรก...

ร้อนลวกปากยิ่งนัก....

“อ๊า!

ชิ้นมันถูกคายออกกะทันหันพร้อมลิ้นสีแดงแจ๋จากการพอง พรานบุญหัวเราะร่ากับความเซ่อซ่าเกินคาดแล้วว่า

“นี่! ใจร้อนไปไหม นั่นพึ่งขึ้นจากเตาเลยนะ ฮ่าๆ”

“เจ้าน่ะเงียบไปเลย!! ไอ้พรานเหม็นสาบ! งี่เง่า! ขี้อวด!

“ข้าไม่ผิด เจ้าทะเล่อทะล่าเอง ช่วยไม่ได้”

“ไอ้....”

และอีกหลายๆ คำที่ถูกพ่นออกมาจากปากเล็กๆ ซึ่งเหมือนลมผ่านหูพรานบุญไป มโนราห์เมื่อรู้ว่าเถียงไปก็ไม่มีประโยชน์จึงกลับมาสนใจมันต่อ คราวนี้เขาเป่ามันก่อนที่จะกิน แต่บางคำก็ไม่วายร้อนไปอยู่ดี

“ถ้าเจ้าอยากได้อีกก็บอก พรุ่งนี้จะได้มีแรงไปหาพระสุธน”

คิ้วทั้งสองชนเข้าหากัน ความสงสัยก่อตัวขึ้นอย่างไม่ต้องบอก

“พระสุธน? เขาเป็นใครน่ะบุญฑริก?”

“ดีใจที่ในที่สุดเจ้าก็เรียกชื่อข้าเสียทีเจ้านกน้อย...”

“มโนราห์!!! เราชื่อมโนราห์! แล้วก็ไม่ใช้นกด้วย! กินนรเข้าใจไหม กิน-นร!!!

อีกครั้งที่คำพูดของกินนรน้อยลอดผ่านหูพรานไปดื้อๆ

“พระสุธนเป็นพระโอรสของพระอาทิตยวงศ์ ผู้ครองเมืองปัญจาละแห่งนี้ยังไงล่ะ” พรานบุญเขี่ยก้อนถ่านสีแดงในเตา “ตอนข้าเห็นเจ้า ก็คิดว่าน่าจะนำไปถวายเป็นมเหสีแก่เจ้าเหนือหัว ท่านคงจะดีใจไม่น้อยที่ได้... กินนรผู้มีความงดงามวาจาแบบเจ้าไปเป็นคู่ครอง” ประโยคหลังฟังดีๆ จะรู้ได้เลยว่าพรานบุญพูดผ่านไรฟันกรอดๆ

มโนราห์ไม่รอช้าปาเปลือกมันใส่หัวทุยๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงโกรธกริ้ว

“หาว่าข้าพูดมากเหรอ! แล้วคิดจะจับเราไปให้คนนั้นคนนี้ เห็นเราเป็นสิ่งของหรืออย่างไรถึงได้หยิบจับส่งต่อไปทั่ว!!!

เปลือกมันโดนเป้าพอดี พรานบุญหันขวับมามองด้วยสายตาราวกับจะกินเลือดเนื้อจนมโนราห์เผลอเม้มปากเป็นเส้นตรงโดยอัตโนมัติ

“ข้าจะพาเจ้าไปสบาย... ไม่ได้พาไปตาย... ยกเว้นจะวอนหาเรื่องตายก่อนเท่านั้น...”

น้ำเสียงเย็นเยียบชวรผวากลับมาให้ขนลุกอีกครั้ง แต่มโนราห์ก็เลือกที่จะพูดต่อ

“ตะ.. แต่เราไม่ต้องการ! เราไปแต่งกับพระสุธนอะไรนั่นหรอก รูปโฉมเป็นอย่างไรก็ไม่เคยเห็น อัปลักษณ์หรือเปล่าก็ไม่รู้!

“งั้นข้าเอาหัวเป็นประกันว่าหากพบหน้าค่าตาเจ้าต้องถอนคำพูด”

“ไม่มีทาง!

มโนราห์กระทืบเท้าแรงๆ เป็นการยืนยันด้วยความมั่นใจเสียเต็มประดาจนพรานส่ายหัวอย่างเอือมระอาแล้วจัดการมันของตนต่อไป

“จริงสิ ถ้าเจ้าจะจับเราไปให้พระสุธน ทำไมไม่นำไปให้เสียวันนี้เลยล่ะ พาเรามาที่เรือน...”

ไม่ทันจบประโยค ปัญญาก็เกิดแค่กินนรรูปงามส่งผลให้ร่างบางถอยกรูติดกำแพงมองพรานด้วยดวงตากลมโตพร้อมแสดงท่าทีระแวดระวัง ส่วนบุญฑริกยกมือกุมขมับกับความคิดอกุศลที่เค้นออกจากสมองอีกฝ่าย...

“คิดอะไรของเจ้า... ลองดูสารรูปตัวเองเสียก่อนเถอะ เนื้อตัวมีแต่รอยขีดข่วน ขืนนำไปถวายพระสุธนท่านจะนึกว่าเป็นคนป่ามาจากไหน! อยู่ที่นี่รอให้แผลหายก่อน ไม่เกินอึดใจเดี๋ยวก็ได้ไปสบายในวังแล้ว”