มโนราห์ YAOI] : ตอนที่ 3

posted on 29 Dec 2012 16:11 by therike directory Fiction

บุญฑริกนั่งไร้วิญญาณหลังพุ่มไม้ข้างสระโบกขรนี รู้สึกขวัญหนีดีฟ่อปลิวหายไปถึงไหนต่อไหน แทบจะลงไปนอนแล้วคลานสักรอบสองรอบ พยายามเรียกสติอันน้อยนิดของตนกลับสู่ร่าง สะบัดแรงๆ ไล่ภาพวาบหวามสุดอีโรติค แต่กระนั้นทั้งความรู้สึกนึกคิดอันไม่บริสุทธิ์ที่มีต่อพญาชมพูจิตรก็แล่นเข้าแล่นออกเหมือนให้เขาสติแตกให้ได้

พ่อจ๋าแม่จ๋า รู้ไหมว่าลูกคนนี้ปล้ำพญานาคเสียแล้ว....

ร่างนวลละอ่อนของพญานาคาฉ่ำดั่งผลไม้หวานจากต้น ลีลาเย้ายวนจนอยากกลืนกินเสียให้หมดทั้งตัว สุรเสียงดั่งระฆังแก้วนุ่มนวลจนรู้สึกเหมือนอยู่บนปุยเมฆ ทุกอย่างทำพรานผู้นี้เตลิดไปถึงไหนต่อไหน รู้ตัวอีกทีร่างอรชรก็นอนทาบกายพลางส่งยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้ กว่าจะรู้ว่าอะไรควรทำไม่ทำก็สายไปเสียแล้ว!

ท่านทำให้เราอิ่มเอมมากเลย ถือว่าเป็นรางวัลจากคราวก่อน แต่ถ้าท่านอยากได้อีกเราก็ไม่ว่าอะไร...

ริมฝีปากระเรื่อคลี่ยิ้มก่อนก้มลงมาประทับจูบลงบนแก้มสากเหมือนเป็นรอยประทับ... จึงเป็นอีกเหตุผลว่าทำไมพรานบุญลูบแก้มขวาตลอดเวลาแถมทำหน้าเหมือนอยากเอาหัวโขกหินตายอยู่ร่อแร่

ซ่า

เสียงนั่นช่วยฉุดให้พรานบุญหลุดจากภวังค์ในที่สุด เขาค่อยๆ แหวกพุ่มไม้เพื่อไม่ให้ผิดสังเกต ร่างทั้งเจ็ดที่ปรากฏอยู่เป็นเหล่ากินนรดังคาด ทุกตัวล้วนสง่างามสมคำล่ำรือ ผิวกายผุดผ่องโสภาเพื่อต้องแสงอาทิตย์ ทั้งหมดค่อยๆ ทยอยลงสระจนครบและเล่นน้ำ กินนรตัวหนึ่งแกล้งสาดน้ำใส่ตัวข้างๆ ฝ่ายที่โดนสาดใส่ก็ไม่ยอมหันมาสาดกลับแต่ดันไปโดนอีกตัวแทน ความชุลมุนจึงเกิดขึ้น เริ่มมีการสู้กันย่อมๆ จนกระแสน้ำสาดวุ่นวายไปมา ละอองกระเด็นมาโดนพรานบุญบ้างแต่ดีที่ไม่มาเป็นคลื่น เสียงใสหัวเราะแก่กันคิกคักดูน่าเอ็นดู เรือนผมสีจัดลู่แนบกายนวล ริมฝีปากอิ่มยิ้มแฉ่งโชว์ฟันขาวพร้อมเขี้ยวเล็กๆ

ใกล้โอกาสแล้ว รอเพียงอึดใจเดียว

            บุญฑริกดึงนาคบาศออกมาจากย่ามของตน เฝ้ารอให้ร่างนวลเคลื่อนเข้ามาใกล้ที่ซ่อนอีกเพื่อไม่ให้พลาดท่า ไม่เช่นนั้นหากจับพลาดกินนรจะบินหนีไปและอาจไม่กล้ามาเล่นน้ำที่สระโบกขรนีอีกเพราะกลัวโดนจับ

            พรานกระชับจับบ่วงไว้ให้ถนัดมือ และสะบัดข้อมือโยนเข้าใสกินนรตัวที่ใกล้ที่สุดทันที!

          หมับ!

            นาคบาศเมื่อถึงกายาผ่องก็สะบัดรัดอย่างรวดเร็วไม่รอท่า ฝ่ายเหล่ากินนรเห็นดังนั้นก็พากันตกใจยกใหญ่ แต่คนที่ตกใจที่สุดคือมโนราห์ที่โดนรัดแน่นเสียจนขยับตัวไม่ได้

            “หา?!

            มโนราห์ร้องออกมาด้วยความตกใจและดีดดิ้นโดยสัญชาตญาณซึ่งมีแต่จะทำให้นาคบาศรัดแน่นขึ้นและแน่นขึ้นไปอีก เมื่อรู้ถึงฤกดิ์บ่วงยิ่งทำให้ขวัญของน้องคนสุดท้องแตกละเอียด มโนราห์เริ่มร้องโวยวายออกมาจะให้พวกพี่ๆ มาช่วยแก้เอาบ่วงออก กระทั้งมีเสียงตะโกนขึ้น

            “พะ พราน!

            เสี้ยววินาทีที่เห็นพรานที่พุ่มไม้ เหล่ากินนรที่เหลือต่างจุลีจุจอขึ้นจากสระพลางลนลานสวมปีกหางเสียยกใหญ่ ไม่ทันไรก็เริ่มบินหนีทีละตัวสองตัว เหล่าพระเชษฐาบินวนเหนือสระด้วยความที่ยังนึกเป็นพ่วง แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้เพราะบุญฑริกก้าวออกจาที่ซ่อนเรียบร้อย หากลงไปเกรงว่าจะโดนจับเสียเปล่าๆ ทั้งหมดจึงตัดสินไปบินกลับเขาไกลาสเพื่อแจ้งพระบิดา

            ใจของมโนราห์หล่นตุบทันทีที่เห็นพรานป่าเหม็นสาบเดินออกจากพุ่มไม้ เจ้าตัวรีบก้าวถอยร่นมองซ้ายขวาเลิกลักกลัวว่าอีกฝ่ายจะทำอะไร ฝ่ายพรานบุญเดินตรงไปหยิบเสื้อผ้าปีกหางที่วางอยู่ข้างสระมาครอบครองไว้และมองดวงหน้าใสละอ่อนอย่างพินิจ

            ดวงตากลมโตทอประกายเบิกมองแฝงด้วยความหวาดกลัว ปลายคางสั่นน้อยๆ อย่างน่าสงสาร ริมฝีปากเบ้ออกทำท่าจะร้องไห้อยู่ในทีจนพรานทำท่าจะเข้าไปปลอบ

            ทว่า...

“ยะ... อย่าคิดทำอกุศลกับเราเด็ดขาด!! รู้ไหมว่าเราเป็นใคร! เราเป็นบุตรของท้าวทุมราชเชียวนะ! หากเข้ามาแตะต้องเพียงปลายผมเราจะให้พระบิดาตัดหัวเจ็ดชั่วโคตรแล้วนำไปประดับหน้าห้องเป็นขวัญตาเลย!

            พรานอ้าปากค้างอึ้งในรสจัดจ้านของฝีปากร่างอรชรในสระ เหมือนลูกเสือตัวน้อยขู่พญาเสือโคร่งฟ่อจนขนหางฟูฟ่อง มโนราห์แยกเขี้ยวทำหน้ายักษ์ใส่หมายจะทำให้อีกฝ่ายเกรงในอำนาจกลับกลายเป็นพรานบุญทำหน้าเบื่อโลกมองมาเหมือนกำลังถามว่า ทำอะไรของเอ็ง?สร้างความโกรธเคืองเพิ่มพูนขึ้น

            “คิดว่าเราล้อเล่นอย่างนั้นเหรอ! รอดูตอนเราหลุดไปฉกปีกหางคืนมาได้นะ เราจะบินเร็วจนตาของเจ้ามองไม่ทันไปทูลพระบิดาให้จัดการกับเจ้...!

          ..พรึ่บ

            ไม่ต้องรอให้พูดจบ ปีกหางถูกยัดใส่เรียบร้อยในขณะที่มโนราห์อ้าปากค้างมองของสำคัญถูกฉกไปหน้าตาเฉย ทันทีที่สายตาคมกริบของชายร่างกำยำตวัดมองก็เล่นเอาเด็กหนุ่มสะดุ้งโหยง พรานบุญค่อยๆ ก้าวลงสระโบกขรณีอย่างระมัดระวังไม่ให้ลื่นคราบตะไคร้พลางย่างสามขุมเข้าหากินนรหนุ่มซึ่งก้าวถอยช้าๆ ด้วยท่าทางหวาดเกรง หยดน้ำชื้นปรากฏขึ้นที่หางตากลอบให้ดูหวานฉ่ำราวกับผลไม้สุกงอมบนต้น ทันทีที่ฝ่ามือหน้ายื่นออกมาด้านหน้ามโนราห์ได้แต่หลับตาปี๋รอรับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นเช่น ถูกกระชากลากถูขึ้นจากสระ โดนกระทำชำเรา หรือแย่กว่านั้นจนเขาไม่อาจจินตนาการต่อได้

            ทว่า ความคิดเหล่านั้นค่อยๆ มลายช้าๆ พร้อมกับบ่วงนาคบาศที่คลายออกจากกายก่อนถูกยัดใส่ย่ามเหมือนเดิม เสื้อผ้าถูกยื่นมาคืนให้จนมโนราห์มองมันสลับกับคนตรงหน้าอย่างงุนงงจนพรานบุญระบายลมหายใจช้าๆ

            “ใส่เสื้อผ้าเสีย ข้าไม่อยากเห็นอะไรต่อมิอะไรของเจ้าต่อแล้ว”

            พลันจบคำ! ดวงหน้าหวานขึ้นสีจัดในทันที!

            “นิ... นี่เจ้าแอบดูเรากับเหล่าพระเชษฐาเล่นน้ำมาตลอดเลยหรือ!? ทุเรศ! วิปริต! ในหัวคงคิดแต่เรื่องคาวราคะไม่สิ้นสุด! เจ้าพรานเถื่อนสาบโคลนเอ๊ยยย!!!

            นิ้วเรียวชี้ตราหน้าพรานหนุ่มอ้าปากแว้ดๆ พลางกอดเสี้อผ้าไว้เสียแนบแน่น พรานบุญนึกอยากจับเจ้านกอวดดีตรงหน้าตีก้นใสๆ สักฉาดให้หายปากมากแต่ก็ต้องทนเพราะหากกินนรมีตำหนิอาจโดนตีกลับมาเป็นภาระแก่เขาได้ เมื่อมโนราห์ว่ากล่าวจนสาแก่ใจแล้วจึงยอมขึ้นจากสระและสั่งให้อีกฝ่ายหันไปมองทางอื่นเพื่อตนจะได้แต่งตัว พรานบุญยืนรออยู่พักหนึ่งก่อนกันไปด้านหลังพบว่าอีกฝ่ายทำท่าจะย่องหนี...

            “นั่นเจ้าคิดจะ...”

            “เราไม่ได้คิดหนีนะ! เราแค่เห็นดอกไม้ตรงนั้นสวยดีเลยจะไปดู”

            “ยังไม่ได้ถามอะไรเลยเฟ้ย!

“เจ้าพรานสาบโคลนกล้าขึ้นเสียงกับเราเหรอ!! รู้ไหมว่าพูดอยู่กับใคร!!

ควรามอดทนหมดลงในที่สุด พรานบุญจับเอวคอดไว้ด้วยฝ่ามือทั้งสอง ออกแรงเพียงนิดเดียวยกร่างอรชรขึ้นพาดบ่าเหมือนที่ยกเนื้อและออกตัวเดินหน้าตาเฉยโดยมีเสียงโวยวายกับหมัดลุ่นๆ ทุบตีตลอดทาง





----

edit @ 10 Jan 2013 18:36:24 by rike

Comment

Comment:

Tweet

#1 By (49.237.168.32|49.237.168.32) on 2015-04-15 13:56