มโนราห์ YAOI] : ตอนที่ 1

posted on 29 Dec 2012 16:04 by therike directory Fiction

หมายเหตุ ในตอนนี้เป็นฟิคชั่นที่มาจากเรื่อง พระสุทนมโนห์รา ซึ่งเป็นบทละครพื้นเมืองทางที่สืบทอดมานานซึ่งนิยมในภาคใต้ ตัวละครในเรื่องนั้นจึงเป็นจินตนาการของผู้แต่งเรื่อง พระสุทนทโนห์รา ซึ่งตัวละครในเรื่องนั้นมิได้มีตัวตนอยู่จริง เนื้อเรื่องต่อไปนี้มีการดัดแปลงเล็กน้อย ผู้แต่งไม่ได้มีเจตนาทำร้ายใดๆ ที่จะทำให้วรรณกรรมเสื่อมเสีย จึงเรียนมาเพื่อทราบ

 

 

 

 

แซ่ก แซ่ก

            พรานหนุ่มแหวกม่านพฤกษาออกไปให้พ้นเส้นทางที่ตนกำลังเดินด้วยอารมณ์ขุ่นมัวพลางพ่นลมหายใจแรงๆ เมื่อมีแมลงหวี่แมลงวันบินวกวนน่ารำคาญอยู่ตรงหน้า ไหล่ซ้ายสะพายย่ามคู่ใจใบเก่าสกปรกทั้งยังมีรูโบ๋ เรียกได้ว่าสภาพร่อแร่ใกล้หมดอายุขัยเต็มที ฝ่าเท้าก้าวย่ำกิ่งไม้ใบไม้แห้งจนมีเสียงกรอบแกรบตลอดทาง มือขวาถือหอกคู่ใจที่นั่งลับคมเองกับมือ ดวงตาดุดันถมึงทึงสอดส่องตามแมกไม้เพื่อหาเก้งกวาง แต่ไม่เจอกระทั่งนกเขาสักตัวตั้งแต่เดินเข้าป่ามาล่าสัตว์ ระหว่างทางเพื่อไม่ให้เสียเที่ยวจึงก้มเก็บของป่าเผื่อนำไปปรุงอาหารประทังท้องไส้เสียก็ยังดี

            พรานบุญ หรือที่รู้จักกันในนามอ้ายบุญฑริกทิ้งกายลงตรงพุ่มไม้ด้วยความเบื่อหน่าย พลางถอนหายใจเฮือกเอนหลังนอนกับพื้น หญ้าชอุ่มนุ่มเปรียบเหมือนเตียงชั้นดีเพื่อพักผ่อนยามเดินป่า กลิ่นน้ำค้างเย็นกับดินลอยกระทบปลายจมูกช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายความเมื่อยล้าบ้าง พรานบุญปรือตามองผืนฟ้าอันคุ้นเคยที่เร็ดรอดจากเหล่ากิ่งก้านของต้นไม้ออกมาให้เห็น สีครามสวยตัดกับสีเขียวได้อย่างลงตัว เมฆก้อนน้อยใหญ่ลอยอ้อยอิ่ง

            ชายร่างกำยำเหม่อมองมันอยู่ครู่หนึ่งและเอามือประสานไว้บนหน้าท้องแกร่ง

            ชาติหน้าพระอินทร์น่าจะให้ข้าเกิดเป็นเมฆเสียก็ดี

เขาพึมพำกับตนเองพลางหลับตาลง

แดดอุ่นทอแสงกระทบใบหน้าของพรานอย่างอ่อนโยนเปรียบนางสวรรค์มาปลอบประโลม สายลมพัดความเย็นฉ่ำโดยมีเสียงกระทบไปมาของกิ่งไม้ใบไม้เป็นดนตรีกล่อม ไม่ช้าพรานบุญก็รู้สึกเคลิบเคลิ้มกับภาพและกลิ่นที่สัมผัสมากเสียจนเผลอหลับลงอย่างเสียมิได้...

 

 

ย้อนกลับเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่พรานบุญเดินป่า..

บุญฑริกสอดสายตาตามแมกไม้หาเนื้อที่จะนำกลับไปขายท่ามกลางแสงแดดอันร้อนระอุ เหงื่อกาฬไหลอาบกาย ผิวสีคล้ำเหมือนจะคล้ำลงกว่าเก่า คอแหกผากเป็นผุยผง ฝ่ามือหนาด้านเหนียวเหนอะจนหอกแทบจะหลุดมือ กระทั่งครู่หนึ่งพรานรับรู้ถึงกลิ่นไอน้ำโชยมา ด้วยความกระหายจึงเดินต่อมาด้านหน้าด้วยความหวังจนถึงสระน้ำแห่งหนึ่ง น้ำในสระนั้นใสสะอาดราวกับแก้วไพฑูรย์ระยิบระยับ ไม้ดอกนานาพันธุ์หลากสีขึ้นรายล้อมน่าดูชมราวกับแย่งกันอวดความงามบนกลีบตน ผีเสื้อสีสวยบินว่อนเชยชมรสเกสรหอมหวนดูพริ้วไหว ภาพตรงหน้าทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย

กระทั่งหันไปสบตากับพราหมญ์ผู้หนึ่งซึ่งมองด้วยนัยน์ตาสีชมพูวาวอยู่ข้างสระใต้เงาไม้

พ่อพรานมีการอันใดหรือจึงมาที่สระน้ำนี้พราหมณ์ว่า

พรานบุญจึงตอกกลับไป แล้วท่านพราหมณ์มีการอันใดจึงไปยืนตรงนั้นล่ะ

พราหมณ์เลิกคิ้วเล็กน้อยแต่มิได้พูดอะไรต่อ พลางก้าวออกจากเงาไม้มาซึ่งนั่นทำให้พรานบุญได้เห็น ดวงหน้าของพราหมณ์ผู้นี้หล่อเหลาใช่ย่อยไม่แพ้ไอ้หนุ่มละอ่อนนายหนึ่งในเมืองปัญจาลนคร อ่อนเยาว์แฝงไว้ด้วยความสุขุมนุ่มลึกแบบบุรุษผู้สง่างามจากแดนไกล เรือนผมดำยาวรวบไว้ด้านหลังเรียบร้อยดูสำอาง พราหมณ์สืบเท้าเปลือยเปล่าเข้ามาหาพรานพร้อมตอบคำถาม

ตัวเรามาคอยดูพราหมณ์ผู้หนึ่งเสกมนต์ ท่านมีกิจธุระอะไรกับเขาหรือเปล่า

น้ำเสียงนุ่มมีเสน่ห์ทำเอาอ้ายบุญฑริกเกือบตกอยู่ในถวังค์ พยายามเตือนสติว่าชายตรงหน้าตนคือพราหมณ์พลางตอบตามความจริง

ข้าไม่มีธุระอะไรนอกจากมาหาเนื้อเท่านั้น

ดวงตาคมกริบคู่สวยมองชายร่างกำยำอย่างสนองสนใจกับความตรงไปตรงมา วาดนิ้วเรียววนรอบแผ่นอกแกร่งอย่างอ้อยอิ่ง เล่นเอาใจพรานสั่นตุบๆ ตื่นเต้นเสียยิ่งกว่ายืนอยู่บนหน้าผา

ท่านเป็นชาวเมืองปัญจาละ... พราหมณ์ทิ้งช่วงเล็กน้อย เมืองนั้นมีข้าวปลาสมบูรณ์หรือประการใด

เมืองของข้ามีข้าวปลาอุดมสมบูรณ์ดีพรานกล่าว ด้วยพลังของพญานาคชมพูจิตที่คอยปกปักษ์รักษาเสมอ

เมื่อชมพูจิตได้ยินดังนั้น ริมฝีปากอิ่มแอบแย้มยิ้มก็ออกมาเล็กน้อยอย่างพึงใจก่อนตีหน้าเศร้าอย่างเห็นได้ชัด พรานบุญเองสังเกตุท่าทีที่เปลี่ยนไปของพราหมณ์แปลงจึงทำท่าจะไถ่ถาม แต่ฝ่ายพญานาคชมพูจิตก็เอ่ยขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงสลด

แต่บัดนี้กำลังจะมีพราหมณ์ทำร้ายเร... ข้าหมายถึงพญานาคที่มีบุญคุณกับเมืองของพ่อพรานในไม่ช้า

ชมพูจิตกัดริมฝีปากล้างของตนเองพลางเสหน้าไปด้านข้างกลบเกลื่อน

ท่านจะทำอย่างไรล่ะ

ฝ่ายพรานเมื่อได้ยินก็รู้สึกขุ่นมัวขึ้นในใจและเริ่มขมวดคิ้วเข้าหากัน นึกถึงต้นไม้ใบหญ้ามากมายและเนื้อที่จะหายสาปสูญเมื่อพญานาคตนนั้นถูกฆ่า ชาวเมืองปัญจาละอดอยากซูบผอม ข้าวยากหมากแพง นึกถึงเมืองที่ตนอาศัยแต่เล็กแต่น้อย... ครู่หนึ่งบุญฑริกนิ่งสนิทเสียจนได้ยินเสียงหายใจ

หากผู้นั้นจะทำร้ายพญานาค ก็เท่ากับว่าทำร้ายเมืองปัญจาละด้วย ถึงมีกำลังอาจหาญมากเท่าใด ข้าจักตัดศีษระของคนๆ นั้นเพื่อแสดงถึงความกตัญญูต่อเมืองของข้าเอง

พรานประกาศกร้าวด้วยแววตาลุกโชนมุ่งมั่น ทำให้พราหมณ์แปลงคลี่ยิ้มด้วยความประทับใจอย่างมากพลางแตะแขนแกร่งเบาๆ ลูบกล้ามเนื้อกับเส้นเลือดที่ปูดออกมาอย่างเสน่หาและว่า

งั้นท่านต้องฆ่าพราหมณ์ผู้นั้นเสีย... เพื่อที่เราจะได้ปกปักษ์รักษาบ้านเมืองอันเป็นที่รักยิ่งของท่านต่อไป

 

 

เสียงย้ำเท้าดังซวบซาบดังเข้าใกล้สระน้ำ ปรากฏร่างของพราหมณ์นุ่งขาวจากเมือง มหาปัญจาละ ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันตกของเมืองปัญจาละ ฝ่ายพราหมณ์เมื่อถึงสระน้ำของพญานาคชมพูจิตรแล้วจึงเริ่มพิธี กำหญ้าคามือซ้าย มือขวาชี้ไปทางสระพลางร่ายมนต์ ทันใดนั้นเอง น้ำใสดั่งเพชรไพฑูรย์แปรเปลี่ยนเป็นขุ่นมัว ควันลุกเป็นเปลวไฟโชกช่วงตามที่เขาได้ทดสอบเมื่อวาน ขณะที่พราหมณ์กำลังหันหลังกลับนั้นเอง

ฟึ่บ!

อ้ากกก!”

พรานบุญซึ่งแอบอยู่ตรงพุ่มไม้ยิงธนูปักลงตรงขาของพราหมณ์จนล้มลงกองกับพื้น ก่อนออกมาจากที่ซ่อนเดินเข้าศีษระอีกฝ่าย เงื้อหอกทำท่าจะฟันมิฟันแหลจนหราพมณ์ผู้นั้นตัวสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว อ้าปากร้องขอชีวิตกับพรานเสียยกใหญ่

ยะ อย่าทำอะไรข้าเลย...

ชาติชั่ว!”

ชายหนุ่มตวาด

พญานาคชมพูจิตรเป็นเทวดาผู้มีบุญคุณกับข้า หากเจ้าไม่รีบคลานมนต์ข้าคิดว่าคงต้องนำหัวเจ้าไปดูเล่น

เมื่อได้ยินดังนั้นพราหมณ์ผู้กลัวตายก็รีบลนลานคลายมนต์ออก น้ำขุ่นมัวกลับมาใสเช่นเดิม พรานบุญเห็นดังนั้นก็ยกมุมปากโยนหอกในมือทิ้งและหยิบดาบในย่ามออกมา สร้างความตื่นตระหนกให้พราหมณ์อย่างมาก ในใจคิดสำนึกที่ตกปากรับคำกับพระเจ้านันทราชผู้ครองเมืองของตนว่าจะฆ่าพญานาค เห็นแก่สมบัตรเสียจนหน้ามืดตามัว

บุญฑริกไม่รอช้า ตวัดดาบบั่นคอพราหมณ์ชั่วสิ้นใจทันที โลหิตสีฉานพวยพุ่งและกระเด็นเลอะร่างของพราน นัยน์ตาดุดันมองร่างไร้ศีษระด้วยความด้านชาไร้อารมณ์ เขาทำตามที่พญานาคชมพูจิตรได้วางแผนไว้และทำสำเร็จอย่างลุล่วง

ฝ่ายชมพูจิตรเห็นดังนั้นก็ขึ้นมาจากพิภพของตน ปรบมือเบาๆ ให้บุญฑริกและส่งยิ้มหวานราวกับเกสรดอกไม้ บัดนี้ได้คืนร่างจริงของตนกลับมาเป็นชมพูจิตรนาคราชดังเดิม ดวงหน้าเรียวใส ท่วงท่าสง่างามประดับนัยน์ตาเพชรสีชมพู พญานาคเดินเข้ามาหาพรานหนุ่มพร้อมเอ่ยขึ้น

มาเถอะบุญฑริก เราจะพาท่านไปที่นาคพิภพ

บุญฑริกลังเลเล็กน้อยแต่ก็ไม่กล้าปฏิเสธอะไร ก้าวตามชมพูจิตรไปยังนาคพิภพ

edit @ 29 Dec 2012 21:52:12 by rike

edit @ 29 Dec 2012 22:16:07 by rike

edit @ 27 Sep 2013 18:56:28 by rike

Comment

Comment:

Tweet