[Fic Angry Bird] Bloody Love ; 3

posted on 08 Oct 2012 01:31 by therike directory Fiction, Cartoon

 

“อื้ม...”

 

เสียงครางต่ำในลำคอของใครบางคนดังเบาๆ เหมือนขัดใจ วงแขนเกรงกระชับกอดเอวของไวท์แล้วซุกไซร้เหมือนหาไออุ่น แต่นั่นยิ่งทำให้อีกฝ่ายรู้สึกไม่ดีนัก นัยน์ตาสีเทาเลื่อนลงมองข้อเท้าของตนที่ถูกพันธนาด้วยโซ่เพื่อไม่ให้หนี รวมถึงรอยเลือดซิบๆตรงข้อเท้ายิ่งตอกย้ำว่าเขาไม่มีวันหนีได้

 

ไวท์จำไม่ได้ว่าถูกขังมานานขนาดไหน มาถูกย้ายมาอยู่ที่คุกเมื่อไหร่

 

นี่อาจผ่านมาสักเดือน...หรือนานกว่านั้น หลังจากค่ำคืนของงานเลี้ยง ไวท์ถูกส่งมาอยู่ที่คุกด้านล่าง เพื่อให้อยู่ในสายตาของทหารตลอดเวลา ซึ่งถ้าขึ้นชื่อว่า ‘คุก’ แล้วแน่นอนว่ามันมีสภาพไม่น่าดูนัก พื้นแข็งเย็นกับกลิ่นเหม็นอับคอยรบกวนเวลานอน ฟูกเก่าฝุ่นจับให้ความรู้สึกคันยิบแถมไม่ได้นุ่มไปกว่าพื้นเสียด้วย

 

... น่ารังเกียจ ร่างกายเขาไม่บริสุทธิ์อีกต่อไปแล้วแบบนี้อย่าว่าแต่หนีเลย ระเห็ดกลับไปคงยาก หากกลับไปพวกน้องๆ จะต้องขายหน้าและโดนเหมารวมเป็นพวกโสโครกไปด้วย …

 

“...โดนขังไว้ตลอดแบบนี้อาจจะดีกว่าก็ได้”

 

“นายเป็นมาโซคิสเหรอ?”

 

จบประโยคเสียงหาวหวอดแสนคุ้นเคยก็ดังขึ้นข้างๆ ไหล่ของไวท์

 

สลีปปี้เอาคางเงยไหล่มนแล้วขบกัดหยอกล้อเบาๆ ดวงตาปรือมองใบหน้าอีกฝ่ายที่ดูไม่ค่อยจะดีนักพร้อมยกมือหยิกแก้มด้วยความหมันเขี้ยว

 

“ดราม่าแต่เช้าเลยนะ ไวท์”

 

เจ้าของชื่อส่งยิ้มเศร้าให้พลางหลับตาลงเหมือนรู้งาน แต่แทนที่จะโดนกอดรัดฟัดเหวี่ยงแบบทุกที ร่างสูงลุกพรวดแล้วเดินงุ่นง่านไปหยิบเสื้อตัวเองมาใส่ลวกๆ พลางปาดหยดน้ำที่หางตาออก เรือนผมสีเขียวยุ่งเป็นสังกระตัง สลีปปี้เดินไปที่กล่องตรงมุมห้อง เปิดออกหยิบเสื้อผ้าเก่าที่พอใช้ได้และโยนใส่หัวคนที่นั่งดูอยู่

 

“ใส่ๆ ไปก่อน ฉันทำงานเสร็จจะพาไปนอนด้วยบนห้องแล้ว ฟูกนั่นแข็งชะมัด”

 

ว่าแล้วเจ้าตัวก็บิดขี้เกียจจนมีเสียงดังกร๊อบพร้อมเดินออกจากห้องไปโดยไม่ลืมปิดประตูลงกลอนตามปกติ

 

กับนายทหารใหญ่รายนี้ สลีปปี้ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เข้าคิดแต่แรก ถ้าไม่ทำอะไรให้ยัวะเข้าล่ะนะ... หมอนี่ส่วนใหญ่จะชอบมากอดแล้วชมว่า ‘น่ารักจัง’ ไม่ก็ ‘ตัวนิ่มจัง’ นอกจากมากอดจูบทั้งคืนการทำเรื่องอย่างว่าแบบช่วงแรกไม่ค่อยมีนัก แต่สลีปปี้จะชอบนอนกอดรัดจนต้องเขยิบถอยออกจากวงแขนแกร่ง ซึ่งมันไม่มีประโยชน์เพราะไม่กี่วิต่อมาไวท์จะโดนดึงกลับเข้าไปกอดอีกรอบหรือแน่นกว่าเดิม

 

ท่าทางแบบนี้ทำให้ชายหนุ่มนึกถึงพวกเด็กๆ ที่บ้าน ถึงทุกคนจะไม่ได้เป็นพี่น้องกันจริงๆ แต่ก็ดูแลกันตั้งแต่เล็ก เขาทำหน้าที่จัดการงานบ้านกับเรื่องปากท้องให้ทุกคน พวกน้องจะชอบมารุมกอดแรงๆ พร้อมกันทีเดียว ...เอ่อ นี่เขากำลังคิดว่าหมอนี่เหมือนน้องตัวเองเหรอ

 

บ้าไปแล้ว... เพี้ยนไปแล้วแน่ๆ.. หมอนี่จับเรามานะ...

 

ไวท์พูดกับตัวเอง

 

แต่หน้าตอนตอนหลับมันก็... 

 

ในหัวของไวท์ตอนนี้นึกถึงภาพตอนที่ชายร่างสูงหลับอยู่บนฟูก เรือนผมสีเขียวสั้นยุ่งเหยิง ใบหน้าหล่อเหลาหลับตาพริ้มราวกับกำลังตกอยู่ในห้วงนิทรา 

 

ไวท์ตบหน้าตัวเองเบาๆ เพื่อเรียกสติไม่ให้หลุดลอยไปสิ่งที่วนอยู่ในสมอง โหนกแก้มแดงระเรื่อเริ่มร้อนขึ้นมาวูบหนึ่ง มือเรียวดึงเสื้อออกจากศีษระแล้วมองพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาสะบัดมันสองสามทีให้ฝุ่นออกแล้วใส่ให้เรียบร้อย

 

ฝันวันนี้... มัน...

 

“พอซักทีเถอะน่า มันนานมาแล้ว”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ร่างสูงโปร่งในชุดทหารย่างตรวจตราพลางกวาดสายตาอย่างเข้มงวดตามทางเดินด้านนอกปราสาท ทุกครั้งที่เลื่อนสายตาผ่านใครก็ตามคนๆ นั้นต้องพากันหลบตาหมด แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในความคิดของเขาตอนนี้

 

“เฮ้ย”

 

สลีปส่งเสียงเรียกทหารนายหนึ่งที่ยืนหลับพิงกำแพง พอได้ยินเสียงที่คุ้นเคยเจ้าตัวก็สะดุ้งเฮือกยืนตัวแข็งทื่อ อ้าปากพะงาบๆ กลัวจะโดนศาลเตี้ย

 

“มีวี่แววพวกนกมั้ย”

 

“เอ่อ...” นายทหารตอบอย่างตะกุกตะกัก “สองอาทิตย์ผ่านมานี่ไม่มีวี่แววว่าพวกนั้นจะยกทัพมาเลยครับท่าน พวกเราเดินตรวจตราอย่างเข้มงวดแล้ว ไม่มีกระทั่งพวกที่ว่ทาจะลักลอบเข้ามาเลย แถวห้องใต้ดินก็โล่งโจ้งไปหมด”

 

ฟังแบบนั้นสลีปปี้เริ่มขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ เท่าที่เขาทำงานมาถ้าคนที่ถูกส่งมาเอาไข่หายไปอย่างน้อยหนึ่งอาทิตย์ ปักษาพิโรธจะรีบส่งสายมาพากลับทันที แต่นี่ผ่านมาสองอาทิตย์ไม่มีท่าว่าพวกมันจะมาเลย เขาอุตส่าห์สั่งให้คุ้มกันวังอย่างแน่นหนา แบบนี้ทหารคงอดนอนกันอย่างเปล่าประโยชน์แหง

 

หรือหมอนั่น...

 

ยังไม่ทันนึกอะไร ดวงตาสีมรกตสังเกตเห็นความผิดปกติรอบๆ

 

“ฉันบอกให้ส่งคนมาเฝ้าตามจำนวนไม่ใช่เหรอ หายหัวไปไหนกันตั้งสามคน”

 

พอโดนขึ้นเสียงใส่ ทหารรายนั้นก็ตัวสั่นแหง็กๆ กอดปืนตัวเองแน่นพร้อมทำตัวลีบทันที

 

“คะ คะ คือ... มะ.. มันไปเข้าห้องน้ำ... ปะ  ประเดี๋ยวก็มาครับท่าน...”

 

“งั้นฉันจะรอมันตรงนี้แหละ”

 

สลีปปี้ว่าและหันหลังยืนพิงกำแพงรอสำเร็จโทษทหารทั้งสามโดยมีทหารหมูตัวหนึ่งสั่นเป็นเจ้าเข้าข้างๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แกร๊ก

 

ไวท์เงยหน้ามองประตูห้องขังของตนที่เปิดออก ปรากฏร่างของทหารหมูสามนาย สองคนมีสีหน้าแสดงถึงความตื่นเต้น อีกหนึ่งมีสีหน้าหวาดกลัวและหันไปมองด้านหลังตลอดเวลาก่อนจะรีบปิดประตูแล้วทำการล๊อคพร้อมลองเขย่าสองสามทีให้แน่ใจ

 

“ดีมากไอ้หมูกระจอก”

 

ร่างบางขยับถอยไปด้านหลังเมื่อหนึ่งในนั้นก้าวเข้ามาหาตนก่อนจะนั่งยองๆ ตรงหน้าและไล่สายตามองมาที่เขา ทางนั้นสวมชุดทหาร มีดวงตาเจ้าเล่ห์เป็นเอกลักษณ์ ส่วนอีกคนมีเรือนผมสีน้ำตาลแดงเดินมาอยู่ข้างๆ พลางส่งรอยยิ้มไม่น่าไว้ใจให้

 

“โว้ว ท่านสลีปนี่ใช่ย่อยอย่างเขาว่าจริงๆ จับนกสวยๆ มาดูเล่นได้ เจ๋งชะมัด”

 

มือของชายตรงหน้าเลื่อนมาจับเส้นผมสีเงินพลางขยับเข้าใกล้จนทำให้ชายหนุ่มรู้สึกอึดอัด ยิ่งหมอนี่ไล้นิ้วหยาบกร้านไปตามใบหน้ายิ่งแล้วใหญ่ ไวท์หันหน้าหนีและถอยจนโซ่ที่รัดข้อเท้าตรึง เรียกเสียงหัวเราะในลำคอของผู้มาเยือนทั้งสองเป็นอย่างดี นั่นยิ่งทำให้ความหวาดกลัวเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัว ร่างบางเริ่มห่อไหล่แล้วกระชับเสื้อของตนแน่นพลางมองหน้าอย่างไม่เป็นมิตรนัก

 

“ระ ระ เราออกไปเถอะ ! ตอนนี้ยังทันนะ!!” ชายที่ยืนตัวสั่นอยู่พูด

 

“หุบปาก!” ชายที่มีเรือนผมสีน้ำตาลตวาดใส่จนอีกฝ่ายสะดุ้งโหยง “แกน่ะดูพวกฉันเงียบๆ ไปซะ”

 

ว่าจบ เขาก็เลื่อนตัวมาด้านหลังไวท์ คุกเข่าลงและล็อคจากด้านหลังจนร่างบางเผลอร้องออกมาด้วยความตกใจ มือใหญ่คว้าปิดริมฝีปากก่อนที่จะเรียกให้คนช่วย อีกมือเกี่ยวเอวคอดไว้ไม่ให้ไปไหน ชายอีกคนรวบแขนเรียวที่พยายามปัดป้องตนเองอย่างถึงที่สุดไว้และสอดมือเข้าไปใต้อาภรอีกเหยื่อ

 

“อื้อ!! ฮื่อ!!!”

 

การที่มันมีกันสองคนทำให้เป็นเรื่องยากมากที่จะหลุดหนีออกไป มือหยาบกร้านดึงกางเกงวอมตัวเก่าที่เขาพึ่งใส่ไปลงมาถึงข้อเท้าพลางลูบเรียวขางาม จับมันพาดไหล่เพื่อไม่ให้ไวท์ดิ้นหนีไปง่ายๆ ทุกสัมผัสน่ารังเกียจนั่นยิ่งกว่าที่นายหัวหน้าทหารมอบให้ ร่างบางยังคงส่งเสียงอู้อี้ผ่านฝ่ามือหนาของคนที่กอดรัดตนด้านหลังและตัดสินใจเสี้ยววินาทีกัดเข้าไปเต็มแรง

 

ได้ผล ทหารรายนั้นเผลอเอามือออกทันที ไวท์จึงใช้จังหวะนี้ดึงแขนตัวเองกลับแล้วกระแทกศอกใส่ ชายที่อยู่ตรงหน้ากำลังตกใจถูกถีบใส่ท้องเต็มแรงจนทรุด เมื่อโอกาศมาถึงร่างบางก็ลุกพรวดอย่างไม่คิดอะไรอื่นนอกจากหนีไปจากตรงนี้ให้ได้

 

นั่นทำให้เขาลืมไปว่าขาตัวเองถูกล่ามไว้อยู่...

 

แกร๊ก!!

 

ไวท์ล้มลงไปไม่เป็นท่า เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองโดนพันธนาไม่ให้ไปไหนได้ยิ่งทำให้ความหวังที่มีเมื่อครูดับวูบแทบจะในทันที ชายผมสีน้ำตาลแดงกกระชากอีกฝ่ายกลับมาด้วยความโมโหและซัดรองเท้าหนังใส่ท้องเต็มแรง

 

“ซ่านักหนาแก!” เขาว่าก่อนจะลากไวท์กลับไปที่ฟูกเหมือนเดิม

 

ร่างบางลงไปนอนกุมท้องกองกับพื้นทันที ตรงที่ถูกเตะเริ่มกลายเป็นสีเขียวดวงใหญ่แสดงถึงแรงที่ถูกกระทำ ความจุกส่งผลให้ไม่สามารถเปล่งเสียงร้องตะโกนได้อีก พลันนัยน์ตาสีเงินเลื่อนขึ้นมองเพดาน ดวงตาเจ้าเล่ห์ของทหารอีกนายก็สบกันพอดิบพอดีก่อนอีกฝ่ายจะยัดผ้าปูใส่เพื่อไม่ให้เขาร้องเรียกใครได้อีก ภาพทุกอย่างพร่ามัวด้วยน้ำตาที่เอ่อล้นเบ้า หางตาของไวท์เห็นว่าชายผมน้ำตาลแดงกำลังทำอะไรสักอย่างและเคลื่อนตัวเข้าใกล้เขา และมันมาพร้อมกับความทรมาณที่ช่องทางบอบช้ำนั้น

 

แย่ที่สุด

 

ไม่เอาแล้ว!

 

ไม่เอาแล้ว

 

เจ็บ... กลัว ช่วยด้วย!!!

 

ไม่.. จริงสิ ที่นี่มันปราสาทพวกหมู ใครหน้าไหนจะมาช่วยเรา

 

ขนาดพวกนกยังไม่ชอบเราเลย...

 

........เรามันไร้ค่า...ไร้ค่า..ไร้ค่า..

 

พวกนั้น... ถ้ารู้ว่าเราเป็นแบบนี้คงจะ........

 

ริมฝีปากแห้งผากเผยรอยยิ้มออกมาด้วยความนึกสมเพชในสภาพของตน ดวงตาเลื่อนลอยไร้สติเหม่อมองทุกอย่างรอบกายขณะที่ตกอยู่ในห้วงความคิดของตน

 

....... ใช่....

 

ฆ่าฉันเถอะ....

 

รีบๆ พาฉันออกจากโลกบ้าๆ นี่สักที!!!!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แช๊ะ

 

ปลายบุหรี่ที่ถูกชุดกลายเป็นสีแดงพร้อมควันลอยจางๆ เสียงสูดหายใจเข้าดังเบาๆ ก่อนผู้สูบจะปล่อยควันสีเทาขุ่นลอยคว้างไปตามอากาศ สลีปเริ่มจุดไปแช็กเล่นไปมาเพื่อให้อารมณ์ผ่อนคลาย

 

ตรงหน้าเขาคือคู่กรณีทั้งสามที่นั่งคุกเข่าหน้าซีดอยู่บนพื้นห้องทรมาณ มีทหารยืนคุมด้านหลัง 5 นาย หนึ่งในนั้นตัวสั่นเป็นเจ้าเข้าพร้อมทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ที่ตัวเองตัดสินใจผิด อีกสองร่างกายสะบักสะบอมจากการถูกซ้อมจนแทบจะสลบลงไปตรงนั้น แต่ถูกสาดน้ำและจับนั่งรอรับชะตากรรม

 

ในที่สุด สลีปเลือกที่จะกระชากคอเสื้อของชายที่สั่นงันงกจนตัวลอยจากพื้น นัยน์ตาสีเขียวฉายแววดุดัน อีกฝ่ายเมื่อเห็นดังนั้นก็เริ่มดิ้นพรากๆ ด้วยความหวาดกลัว

 

“ตอนแรกฉันสงสัยอยู่ว่าพวกมันเข้าไปได้ยังไง พอเห็นนายแล้วหมดสงสัยเลย ‘ริช’”

 

เมื่อได้ยินคำนั้นเจ้าของชื่อไม่กล้าแม้แต่จะสบตา

 

ริช เป็นทหารที่เก่งเรื่องการปลดล็อคสิ่งของทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นกล่องหรือประตู แต่ข้อเสียของเขาคือเป็นคนขี้ขลาดและโดนจูงจมูกได้ง่ายๆ เมื่อโดนข่มขู่ ส่วนใหญ่ริชจะพกลวดเหล็กสองอันไว้ในกระเป๋ากางเกงเอาไว้งัดของ

 

คราวนี้ถึงเวลาที่หมอนี่ควรได้รับบทเรียนราคาแพงแล้ว...

 

ร่างสูงปล่อยริชลงพื้นอย่างไม่ใยดีแล้วหันหลังกลับทำท่าจะเดินออกจากห้องขัง ทำให้ทหารที่ยืนคุมตะโกนถามไล่หลัง

 

“จะเอายังไงกับพวกมันครับ”

 

“ตามใจ”

 

ทั้งห้ามองหน้ากันด้วยความงงงวยพักหนึ่ง ก่อนหัวหน้าของพวกเขาจะเอ่ยลอยมาอย่างมีเลศนัยน์

 

“ฉันรู้ว่าพวกแกก็อยากได้ที่ระบายอารมณ์เหมือนกัน”

 

ชั่วพริบตา นักโทษทั้งสามได้เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของทหารทั้งห้า ไม่กี่นาทีเสียงโวยวายก็ดังขึ้นและเบาลงเรื่อยๆ เมื่อสลีปปี้ก้าวออกห่างอย่างรวดเร็ว

 

เพราะ... อาการอีกคนน่าเป็นห่วงกว่า

 

เขายืนรอทหารสามคนนั้นอยู่นานแต่ยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับมาจากห้องน้ำอย่างที่มันบอกไว้กับเพื่อน พอลองเดินหาตามห้องน้ำหลายๆ จุดที่ไว้สำหรับพวกทหาร แต่กลับไม่มีวี่แววเจ้าพวกนั้นเลยสักนิดเขาจึงสั่งให้ทหารแต่ละนายสอดส่องที่ที่ตัวเองประจำการอยู่ดูว่ามีวี่แววเจ้าพวกนั้นไหมจนกระทั่งสลีปตัดสินใจลงไปหาไวท์ที่ห้องตัวเอง

 

ภาพที่พบตอนเปิดประตูออกไป คือทหารนายหนึ่งนั่งหันหลังเข้ากำแพง ทหารสองนายกำลังเล่นกับ ‘เหยื่อ’ ที่เขาจับได้และดูเหมือนว่าจะเล่นเสร็จพอดี พอทั้งหมดกันมาสังเกตเห็นก็เลิกลักทำท่าจะหนีแต่ถูกซัดหมอบพร้อมประเคนบาทากับหมัดหนักๆ ใส่ไปหลายยกจนสภาพสะบักสะบอม และเมื่อทั้งสามถูกพาตัวออกไป สลีปก็เดินตรงไปยังร่างที่นอนอยู่บนฟูก

 

ไวท์นอนหันหลังนิ่ง ไม่ยอมแม้แต่จะขานรับตอนเขาเรียก เพื่อจับให้หันกลับมา ใบหน้าของอีกฝ่ายกลับเรียบเฉยไร้อารมณ์ทั้งที่ตามร่างกายที่รองรอยทารุณที่มากกว่าตอนที่ถูกเขาทำเสียอีก เมื่อไม่รู้จะทำยังไง สลีปจึงอุ้มไวท์ที่นิ่งสนิทไปที่ห้องของตัวเองก่อนแล้วลงไปสำเร็จโทษตัวการทั้งสาม

 

ทันทีที่ปิดประตู ไม่ทันที่จะเอ่ยอะไรออกไป สิ่งที่อยู่ตรงหน้ากลับทำให้คำพูดทุกอย่างในหัวกลืนหายไปในลำคอ

 

ไวท์ชะงักทันทีที่พบว่ามีคนเข้ามาและเงยหน้ามอง นัยน์ตาสีเงินขุ่นมัวเรื่อนน้ำตา แขนซ้ายมีรอยกรีดนับไม้ถ้วนจนเลือดทั้งหมดที่ไหลออกจากปากแผลห่อแขนและหยดลงบนผ้าปูจนเป็นด่างดวง รอยกรีดเชื่องประสานเป็นคำมากมายซ้อนทับกันจนอ่านแทบไม่ออก

 

“เฮ้ย!!”

 

สลีปพุ่งเข้าไปคว้าข้อมือเรียวที่กำมีดสั้นของตนอยู่พร้อมออกแรงบีบแรงๆ ในครั้งเดียวจนอีกฝ่ายปล่อยมีดกระทันหัน นั่นเหมือนการสาดน้ำมันเข้ากองไฟ ไวท์เริ่มเปลี่ยนมาทุบตีร่างสูง สองกระทุ้งเตะมั่วซั่ว อ้าปากร้องโวยวายแม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าทำอย่างไรก็ไม่มีประโยชน์และวอนให้ความอดทนอันน้อยนิดของนายทหารลดฮวบ ทุกอย่างเขาทำด้วยความแตกตื่นตั้งแต่เจ้าของห้องเข้ามา ภาพเมื่อ 2 ชั่วโมงก่อนย้อนกลับมาฉายซ้ำอย่างโหดร้าย รอยช้ำสีม่วงอมเขียวตามร่างกายตอกย้ำได้อย่างดีเยี่ยม

 

“ปล่อยนะ! ปล่อย!”

 

“ไวท์!!”

 

ยิ่งถูกขึ้นเสียงไวท์ก็ยิ่งหวาดกลัวทวีคูณ ร่างบางเริ่มพยายามสะบัดแขนตัวเองออกจากพันธนาการขณะที่ร่างสูงออกแรงกดให้อีกฝ่ายลงไปนอนนาบกับเตียงและเลื่อนท่อนขาตัวเองมากดทับขาร่างด้านใต้เอาไว้เพื่อให้ไม่ดิ้นเตะ ถึงจะหมดทางสู้แต่ไม่มีทีท่าว่าเจ้านกตัวนี้จะยอมแพ้ ทั้งยังแหกปากดังลั่นดิ้นพรากไปมา เห็นดวงตาแดงช้ำจากการร้องไห้อย่างหนักก็อดนึกน่าสงสารไม่ได้ แขนสวยๆ ก็ถูกกรีดเป็นรอยน่าหวาดเสียว ร่างกายสะบักสะบอมพยายามหาทุกหนทางที่จะหนี

 

สลีปซึ่งมีหลอดความอดทนต่ำอยู่แล้วตัดสินใจบิดข้อมือออกไพล่หลัง ทำให้ร่างของอีกฝ่ายถูกกดลงบนเตียงอย่างง่ายกาย การกระทำทั้งหมดเริ่มช้าลงเรื่อยๆ... เรื่อยๆ.... กระทั่งหยุดลงในที่สุด

 

เฮ้อ...

 

“นี่”

 

ไวท์ที่เริ่มหมดแรงช้อนสายตามองเจ้าของเสียง ก่อนใบหน้าของทหารหนุ่มจะเลื่อนเข้าใกล้จนเขาไม่สามารถเห็นมันอีก ริมฝีปากอุ่นสัมผัสลงเบาๆ อย่างอ้อยอิ่ง กดแรงเน้นย้ำและบดเบียดจนศีษระอีกฝ่ายติดกับหมอนนุ่ม สลีปถอนจูบออกก่อนจะจุมพิตเปลือกตาบวมช้ำ ไล้สัมผัสซับรสเค็มที่ข้างแก้มใส่พร้อมพรมจูบทั่วดวงหน้าหวานฉ่ำ ก่อนจะเลื่อนลงประกบริมฝีปากบางอีกครั้งหนึ่งอย่างแนบแน่น ผ่านไปพักหนึ่งร่างบางเพิ่มส่งเสียงอู้อี้ผ่านทางลำคอเพราะขาดอากาศเขาจึงยอมปล่อยให้มันเป็นอิสระเพื่อไวท์จะได้พักหายใจ

 

พันธนาการทุกอย่างถูกคลายออกเมื่อสิ้นรสจูบ สลีปปล่อยข้อมือ สอดมือประสานด้านหลังไวท์พร้อมดึงให้ลุกขึ้นนั่งและจับศีษระอีกฝ่ายให้พิงกับอกของตนพลางเลื่อนไปเปิดลิ้นชักหยิบยา สำลีกับผ้าพันแผลออกมา ยาสีแดงก่ำถูกหยดลงบนสำลีสีขาวสะอาดแผ่ซึมเป็นวงกว้างก่อนจะถูกทาบลงบนแผลของไวท์ ความแสบแล่นเข้าสู่สมองทำให้ใบหน้าร่างบางเหยเกเล็กน้อย

 

“..เจ้านกบ้าเอ้ย”

 

สลีปสั่นศีรษะแล้วพันผ้ารอบๆ “ความหน้า ถ้าฉันเห็นนายทำอีก นายมีปัญหาแน่”

 

ไวท์ไม่ได้ตอบอะไร เขาไม่อยู่ในสภาพที่จะตอบโต้อะไรมากนักเพราะยังเสียขวัญ ไม่แม้แต่จะรับไออุ่นที่อีกฝ่ายหยิบยื่น ร่างในวงแขนพยายามขืนตัวออกห่าง ปลายคางสั่นเทาอย่างน่าสงสาร หายใจไม่ออกเสียด้วยซ้ำ ไวท์รู้สึกอ่อนเพลียและสิ้นหวังที่สุดในชีวิต เขาอ่อนแอเกินกว่าจะหนีจากที่นี่ อ่อนแอเกินกว่าที่จะรับภารกิจนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างมันเกิดจากความอวดดีทั้งสิ้น

 

“ฆ่า...”

 

ริมฝีปากเล็กขยับช้าๆ

 

“ฆ่า.. ฉันที... ขอร้อง”

 

“อย่าโง่ไปหน่อยเลย”

 

นายทหารสวนขึ้นทันทีพลางดันอีกฝ่ายให้นอนลงแล้วดึงผ้าห่มมาคลุมลวกๆ

 

“นอนซะ แล้วไม่ต้องพูดอะไรอีก เข้าใจไหม?”

 

ไวท์กลืนน้ำลายอย่างฝืดเคืองจนรู้สึกเจ็บคอ ไม่มีเสียงอะไรเปล่งออกมาอีกหลังจากที่สลีปก้าวเร็วๆ ออกจากห้องไป นั่นทำให้ร่างบางต้องพยายามข่มตาหลับอย่างยากลำบากด้วยความหวาดกลัว นิ้วเรียวกุมกลุ่มผมสีเงินและจิกมันอย่างแรง ฟันขาวกัดกันแน่นจนสันกรามนูน นัยน์ตาแดงก่ำย้อมด้วยความทรมาณ

 

พระเจ้า...

 

เอาลูกไปอยู่กับพระองค์ที

 

edit @ 22 Jun 2013 23:11:58 by rike

edit @ 12 Aug 2013 01:27:43 by rike

Comment

Comment:

Tweet

TT[ ]TT!!!! แง
ไม่เป็นๆรนะไวท์มาให้เรากอดมา //โดนมีดปริศนาปักหลังดับอนาจ
รู้สึกค้างจังอ่า TT^TT //นั่งรอ

#14 By Karatsu Onagami on 2013-08-04 22:52

ชื่อกระป๋มไปอยู่บนนั้นได้งายยย (ริช) ช่างมันเถอะ รีบมาต่อนะไรต์open-mounthed smile

#13 By Rish on 2013-07-29 21:39

ว๊ากกกกกกกกกกก
ไวท์ เธอโดนทารุณ โหดร้ายมากไอ้หมูบ้าา ไปตายซะพวกแก!
สงสารนกน้อยมาก สลิปปี้มาช้าเกินไปจริงๆเลย 
ไม่อย่างนั้นไวท์คงไม่โดนอย่างนี้หรอก ฮึก !
แต่ตอนนี้ได้เห็นความอ่อนโยนของสลิปปี้บ้าง
จริงๆก็เห็นมานานแล้ว ดีกว่าทหารทั้งสามตั้งเยอะ
อย่างน้อยก็ไม่ทำรุนแรงกับนกน้อยขนาดนี้ ฮือ
อยากตาไปฆ่ามัน ว๊ากกกก

#12 By sqrt (103.7.57.18|14.207.162.35) on 2013-06-22 23:41

ตอนนี้ดราม่ามาก ...
(ทำไมอยู่ๆเราก็รู้สึกเหมือนสลีปไม่smเหมือนเดิมนะ55)
เรารออยู่นะ รีบมาต่อตอนต่อไปเร็วๆT Tสลีปอ่อนโยนขึ้นเยอะเลยอะตอนนี้

#11 By sora on 2013-06-22 23:28

ตัวเอง เค้ารอหัวเขียวอยู่นะ! cry

#10 By momo (103.7.57.18|58.9.228.169) on 2013-06-13 00:44

สนุกมากค่ะ รออ่านอยู่นะคะ

#9 By shinryoku mai (103.7.57.18|115.67.162.154) on 2013-04-30 10:50

อ๊ากกก น่าจะโดนวางยากลับนะไวท์
คนที่ช่วยจะใช่สลีปปี้ป่าว
เดาว่าอาจจะเป็นคนผมดำก้ได้นะ มั้งsad smile
รอติดตามอยุ่นะคะะ big smile

#8 By momo (103.7.57.18|58.9.48.33) on 2013-01-18 12:46

อ๊ายยย ใครล่ะนั่น?
ใช่สลีปป่าวหว่า?

#7 By Fenze (103.7.57.18|58.11.86.46) on 2012-10-25 23:54

วางยาเขา โดนเองเลย หนูไวท์ 
เด็กไม่ดี หุหุ
อยากอ่านต่อ >.<

#6 By aisu (103.7.57.18|58.11.201.226) on 2012-10-20 15:58

อร๊ายย ไวอากร้าหรือเปล่าาา ฮ่าๆๆๆ

#5 By MR.LonelY on 2012-10-12 14:16

สลีปให้กินยาอะไรล่ะนั่นนน!!
ต้องเป็นยา.... แน่ๆเลย -..-
จะวางยาเค้าตัวเองเลยโดนคืนเลยมั้ยล่ะ

#4 By Fenze (103.7.57.18|115.87.254.21) on 2012-10-10 18:42

อ๊ากกกกกกก //ติดเองกรี้เบิร์ดวาย งอมแงม เลยอ่า555
หลังจากอ่านฟิคนี้ อยากวาดแฟนอาตตตตต
5555+
//อยากให้ไวท์คู่กะบอมบ์จัง //โดนเสย

#3 By SHOGUN-KUN on 2012-10-10 14:50

จะให้สลีปกิน แล้วตัวเองก็โดนกินเองแน่ๆเลย
ฮ่าๆๆๆ

#2 By MR.LonelY on 2012-10-09 14:33

หนูไวท์จะทำอะไรจ้ะ > <
วางยาหรอ *0* ไม่ดีนะตัวเอง 5555

#1 By GIFT on 2012-10-09 02:03