[Fic Angry Bird] Bloody love ; 2

posted on 04 Oct 2012 00:31 by therike directory Fiction, Cartoon

 

 

 

 

---

 

1 เดือนก่อน ณ การประชุม

 

ภายในห้องประชุมใหญ่ของเหล่าปักษาพิโรธ นกแต่ละตัวนั่งประจำตำแหน่งของตนพร้อมมองแผนที่ปราสาทของพวกหมูทางทิศตะวันตก แล้วเริ่มเถียงกันต่างๆ นาๆ โดยประเด็นหลักคือ

 

“อย่างนายเหรอจะชิงไข่กลับมา”

 

นกตัวหนึ่งว่าขึ้นพร้อมมองผู้ที่ได้รับมอบหมายให้นำไข่กลับอย่างดูแคลน ไวท์ถึงกับสะอึกไม่รู้จะตอบกลับไปว่าอย่างไร เพราะทางนั้นมียศสูงกว่า ถ้าหากทำอะไรไม่ถูกใจไม่ใช่แค่เขาแต่พวกน้องๆ จะพลอยซวยไปด้วย

 

“อีเกิ้ล ใครเสนอชื่อหมอนี่มาน่ะ คิดใหม่เถอะ ไม่ไหวหรอก โดนพวกหมูจับแน่”

 

นกสาวที่นั่งใกล้กับประธานการประชุมเอ่ยเสียงแหลมก่อนจะจิกตาใส่เด็กหนุ่มเรือนผมสีเงินที่พยายามทำตัวให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

‘Mighty Eagle’ นายใหญ่ของเหล่าปักษาพิโรธตวัดหางตาเพียงครั้งเดียว ห้องที่มีเสียงถกเถียงเมื่อครู่ก็เงียบกริบทันที ดวงตาสีน้ำตาลคมเข้มไล่สายตาอย่างอ้อยอิ่ง แต่มันเพียงพอให้ทุกตัวก้มหน้านิ่งยืดตัวเกร็งด้วยความหวาดกลัว ไวท์ลอบกลืนน้ำลายขณะที่มีเหงื่อเกาะอยู่บนใบหน้า อีเกิ้ลมองมาทางเขาตาไม่กระพริบจนรู้สึกโดนกดดันยิ่งไปอีก

 

“ฉันขอถามคำเดียว นายจะทำหรือเปล่า”

 

อีเกิ้ลเอ่ยถามตรงๆ “หรือปอดแหกขาสั่นงันงกไม่กล้าเข้าไป”

 

คำพูดนั้นทำเอาไวท์สะอึก เหมือนถูกมีดกรีดจุดอ่อนเต็มเปา เขาไม่เคยรับภาระกิจพวกบุกไปขโมยไข่เลยแม้แต่ครั้งเดียว แบล็ค กรีน เยลโล่ เรด แม้กระทั่งบลูก็เคยรับงานพวกนี้และกลับมาได้อย่างปลอดภัยทุกคน ส่วนไวท์มีน่าที่อยู่บ้านเพียงอย่างเดียว การที่ถูกเรียกตัวมาครั้งนี้ถือเป็นงานชิ้นแรกซึ่งโดนวิจารณ์มากเพราะหลายคนคิดว่าเขาไม่เหมาะสม

 

“หรือที่เจ้าพวกนี้คิดว่าแกเป็นแค่ลูกนกหัดบินที่ร้องหาแม่ตลอดเป็นเรื่องจริง”

 

เด็กหนุ่มหน้าแดงด้วยความโกรธที่ถูกว่า นัยน์ตาสีน้ำตาลของอีเกิ้ลจ้องมองมาไม่ละ สายตาดูถูกรอบด้านยิ่งเหมือนพายุประโคมใส่ทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกไล่ต้อนจนหาทางออกไม่เจอ

 

“ถ้าแบบนั้นฉันจะหาคนมาทำแทน รอแค่คำตอบของแกเท่านั้น”

 

“...” เขาเงียบกริบไปปริปาก

 

“รีบๆ ตอบมาเซ่ไอ้นกตาขาว”

 

“ถ้าจะบอกปัดก็ให้ไว!”

 

“เสียเวลาทำมาหากินนะโว้ย”

 

“ใบ้กินหรือไงวะ”

 

ทุกคนเริ่มส่งเสียงอย่างไร้มารยาท บ้างก็ถึงกับร้องโห่ออกมาแต่อีเกิ้ลยังคงจ้องมองเขาอย่างรอคำตอบไม่คิดจะห้าม ห้องประชุมเริ่มวุ่นวายอีกครั้ง ถ้อนคำหยาบคายดูแคลนผ่านหูไม่ขาดสาย หยาดเหงื่อเริ่มเกาะพรายบนใบหน้าของไวท์และเยอะขึ้นเรื่อยๆ มือเรียวกำแน่นจนเล็บจิกกับฝ่ามือ ร่างนั้นสั่นเล็กน้อยด้วยความโมโห สมองคิดอะไรไม่ออกเพราะเสียงตะโกนดังลั่น

 

“โด่... ไอ้แม่สีเรือนเอ๊ย ท่าทางแบบนี้กลับบ้านไปเลี้ยงน้องอย่างเดิมไป๊ คุณอีเกิ้ลจะเรียกมันมาทำไมไม่รู้เสียเวลา”

 

นกตัวหนึ่งพูดพลางหันไปพูดแกมประจบประแจงกับนายใหญ่พร้อมส่งสายตาสมเพชมาให้อย่างชัดเจน

 

ปกติ... ไวท์จะใจเย็น

แต่คราวนี้... มันเหลืออดแล้วจริงๆ...

 

ปึง!!!!!

 

เจ้าของเรือนผมสีเงินลุกพรวดพลางตบโต๊ะดังลั่นจนทุกคนตกใจ พวกเขาไม่เคยเห็นหมอนี่โกรธเลยสักครั้งนี่ถือว่าเป็นเรื่องแปลกใหม่ ใบหน้าของไวท์บิดเบี้ยวด้วยความโกรธ นัยน์ตาจ้องกลับไปยังอีเกิ้ลก่อนจะตอบกลับเสียงดังฟังชัด

 

“ผมทำได้แน่!!”

 

หนุ่มใหญ่เลิกคิ้วอย่างแปลกใจแต่ไม่ได้ว่าอะไรพลางลุกขึ้นช้าๆ

 

“อย่าลืมว่านายจะต้องกลับมาพร้อม ‘ไข่’ ไม่เช่นนั้นฉันจะถือว่านายล้มเหลว”

 

อีเกิ้ลหันหลังเดินไปพร้อมว่า “ปิดการประชุม” ในขณะที่ไวท์พยักหน้าเบาๆ และเสียงนินทารอบข้างเงียบลง

 

 

นั่นอาจเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่

 

ถ้าเขาไปพลีพลามตะโกนแบบนั้น

 

บางทีอาจไม่ตกอยู่ในสภาพนี้ก็ได้.....

 

.

 

.

 

.

 

.

 

 

 

 

 

 

 

 

ชึ่บ 

 

ไทน์สีเขียวเข้มถูกดึงให้เข้าที่ ก่อนเสียงหาวหวอดจะตามมาอีกละลอกหนึ่ง ดวงตาสีมรกตปรือเล็กด้วยด้วยความง่วงหงาวหาวนอน สิ่งที่สลีปปี้เกลียดที่สุดคือเวลาตื่นนอน แต่สิ่งที่เกลียดกว่าคือการต้องตื่นเช้าเป็นพิเศษ! เจ้าตัวเริ่มนึกอยากลาสักเดือนสองเดือนนอนอยู่บ้านให้สมองฝ่อเล่นท่าจะดี... ทว่านั่นแหละ ได้แค่คิด ราชาหมูไม่ยอมแน่เพราะถ้าไม่มีเขาใครจะคุมทหารหมูทั้งหลายแหล่ล่ะ อีกอย่างวันนี้เป็นงานสำคัญเพราะมีงานเลี้ยงที่ปราสาท แขกเหรือมากมายมากันให้พรึ่บ การคุ้มกันจึงต้องแน่นหนากว่าเก่า

 

ร่างสูงในชุดทหารเต็มยศปรายตามองไวท์ที่นอนอยู่บนเตียงไม่ขยับเขยื้อน อีกฝ่ายเองก็ยังเวอร์จิ้นอยู่พอโดนทำขนาดนั้นจะนอนทั้งวันก็ไม่แปลก

 

มือหนาจับร่างที่นอนตะแคงอยู่พลิกมาหาตนอย่างเบามือเพื่อไม่กวนห้วงนิทราหยิบมืดอันเดิมที่ใช้กรีดอีกฝ่ายมาตัดเชือดที่ข้อมือเผยให้เห็นรอยแดงช้ำน่าสงสาร แต่นัยน์ตาสีเขียวกลับจ้องมองรอยสลักตรงอกซ้ายอย่างอารมณ์ดี มันช่วยให้ตาสว่างขึ้นดีจริงๆ เมื่อนึกถึงเสียงครางหวานๆ ของนกน้อยน่ารักตัวนี้ สลีปปี้หอมแก้มฟอดใหญ่แล้วคว้าถุงมือสีขาวและเดินออกไปโดยไม่ล๊อคประตู

 

ใช่ อ่านถูกแล้ว เขาเดินออกไปโดยไม่ล๊อคประตู

 

ส่วนเพราะอะไรนั้น เราจะขออุบไว้ก่อน เดี๋ยวคุณก็รู้เอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ทันทีที่ตื่นได้สติ สิ่งแรกที่รู้สึกคืออาการปวดอย่างแสนสาหัสที่เอว ดวงตาบวมแดงจากการร้องไห้อย่างหนักทำให้ไวท์ใช้เวลาพอสมควรในการลืมตา เมื่อสะบัดหัวไล่ความมึนงงเขาก็พบว่าท้องฟ้านอกหน้าต่างมืดมิด แสดงว่าเขานอนมาเกือบทั้งวัน ตามร่างกายปรากฏรอยแผลจากมีดสั้นให้ความรู้สึกแสบเล็กน้อย ไวท์พยุงตัวขึ้นอย่างช้าๆ เพื่อไม่ให้ตัวเองล้มลงไปก่อนจะตรงไปยังตู้เสื้อผ้าเพื่อหาอะไรมาสวมแก้ขัดไปตอนหนีออกจากปราสาท แต่ทันทีที่กระจกบนบานของตู้เสื้อผ้าสะท้อนเขาก็เบิกตากว้างแล้วเผลอยกมือลูบอกซ้ายของตน

 

F*CK ME

 

“อะไรเนี่ย”

 

ชายหนุ่มพูดอย่างหัวเสีย เขารู้สึกไม่ชอบใจเอาเสียเลยกับรอยสลักนี่ ทั้งยังไม่สุภาพเอามากๆ อีกต่างหาก ไวท์รีบเปิดตู้เสื้อผ้าเพราะไม่อยากเห็นรอยนั่นอีกเป็นครั้งที่แท้(ถึงมันจะอยู่บนอกของเขาก็เถอะ) สักพักเขาเริ่มรู้สึกว่าเสื้อผ้าพวกนี่ออกจะหลวมไปสักหน่อยแต่ไม่ถึงขนาดเขาใส่ไม่ได้ แค่ต้องพับแขนเสื้อขึ้นสักสองสามทบพร้อมกับรัดเข็มขัดให้แน่นเพื่อไม่ให้กางเกงลงไปกองกับพื้น

 

น่าจะใช้ได้... 

 

แต่ผมมัน... 

 

นิ้วเรียวลูบเส้นผมสีเงินของตนเอง พวกหมูส่วนใหญ่จะมีผมสีเขียวเป็นเอกลักษณ์อยู่แล้ว การที่มีสีผมต่างถือเป็นเรื่องแปลกมากหรือไม่ก็จะโดนจับในทันที ไวท์ก้าวเข้าไปในห้องน้ำเพื่อสำรวจว่าพอจะมีพวกน้ำยาย้อมสีผมบ้างหรือเปล่า หางตาเขาเหลือบเห็นเสื้อผ้าตัวเองที่กลายเป็นผ้าขี้ริ้วบนพื้นกระเบื้องแล้วลอบกลืนน้ำลายเล็กน้อย จังหวะเดียวกับที่หันไปเจอขวดสีเขียวเข้มบนที่ล้างหน้าพอดี เขาหยิบมาดูให้แน่ใจว่าใช้น้ำยาย้อมผมจริงหรือเปล่าแล้วไล่สายตาอ่านขั้นตอนพร้อมทำตามอย่างเงอะๆ งะๆ

 

ในวิธีทำบอกไว้ว่าต้องรอประมาณ 30-45 นาที แต่มันไม่มีเวลามากขนาดนั้น...

 

20 นาทีผ่านไปเด็กหนุ่มเลยตัดสินใจล้างผมแล้วมองดูตัวเองในกระจก

 

ไวท์อยากกัดลิ้นตัวเองตอนนี้จริงๆ... ผมของเขากลายเป็นสีเขียวปนขาวไปเรียบร้อยซึ่งไม่เข้ากันสักนิดแถมดูตลกมาก บทจะเช็ดก็กลัวสีจะหลุดเลยต้องไปค้นตู้เสื้อผ้าของสลีปปี้อีกรอบก่อนจะเจอหมวกที่พอปิดส่วนที่เป็นสีขาวได้และเปิดประตูออกไปช้าๆ พร้อมขมวดคิ้วที่ประตูไม่ได้ล็อค

 

เมื่อออกมา ด้านนอกมีเสียงของผู้คนมากมายดังขึ้นซึ่งเขาคิดว่าคงมีงานเลี้ยงและมันเหมาะแก่การหนีที่สุด